Saturday, April 25, 2026

เปลี่ยน "เส้นเวลา" ชีวิต: วิธีจูนจิตเข้าสู่ "ตัวตนควอนตัม"

คุณเคยลองเอามือวางทาบลงบนโต๊ะทำงานหรือ สัมผัสเก้าอี้ที่คุณกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ มั้ยคะคุณรู้สึกถึงความแข็งความเย็นและ ความทึบตันของมันใช่มั้ยคะประสาทสัมผัส ของคุณบอกคุณว่าโลกใบนี้ช่างหนักแน่นมั่น คงและจับต้องได้ทุกอย่างดูเหมือนถูกแยก ขาดออกจากกันอย่างชัดเจนตัวคุณคือตัวคุณ โต๊ะคือโต๊ะและอากาศที่ว่างเปล่ารอบตัวก็ คือความว่างเปล่าที่ไม่น่าจะมีอะไรซ่อน อยู่แต่ถ้าดิฉันจะบอกคุณว่าสิ่งที่คุณ สัมผัสรู้สึกและมองเห็นด้วยตาเปล่าทั้ง หมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตาที่สมจริง ที่สุดที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาหลอกตาเรา ล่ะคะถ้าความจริงแล้วสิ่งที่คุณเรียกว่า ของแข็งมันไม่ได้แข็งอย่างที่คิดและที่ ว่างที่คุณมองไม่เห็นกลับอัดแน่นไปด้วย พลังงานมหาศาลที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่ง เข้าด้วยกันคุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าคุณได้ รู้ว่าร่างกายที่คุณคิดว่าเป็นเลือดเนื้อ ก้อนนี้แท้จริงแล้วเป็นเพียงกลุ่มก้อนของ พลังงานที่กำลังสั่นสะเทือนและล่องลาย อยู่ในมหาสมุทรที่มองไม่เห็นสวัสดีค่ะและ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการก้าวเล็กใน จักรวาลใหญ่พื้นที่ที่วิทยาศาสตร์ทางจิต วิญญาณจะมาบรรจบกับการใช้ชีวิตเพื่อพาคุณ ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ธรรมดา ไปสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์ชีวิตที่แท้ จริงดิฉัน 9 เล็กรับหน้าที่เป็น เพื่อนร่วมทางของคุณในการดำดิ่งลงสู่ความ ลึกซึ้งครั้งใหม่ครั้งนี้เราจะไม่ได้คุย กันแค่เรื่องของความคิดหรืออารมณ์ในระดับ ผิวเผินแต่เราจะเจาะลึกลงไปถึงรากฐานของ ความจริงลงไปถึงระดับที่เล็กที่สุด ของจักรวาลเพื่อทำความเข้าใจตัวตนควนตัม ของคุณการเดินทางครั้งนี้อาจจะฟังดูแปลก ใหม่และท้าทายความเชื่อเดิมๆที่เราถูก ปลูกฝังมาทั้งชีวิตเราถูกสอนให้เชื่อใน สิ่งที่ตาเห็นเชื่อในวัตถุเชื่อในสสารเรา ใช้ชีวิตโดยยึดถือความจริงที่ว่าถ้าฉัน มองไม่เห็นแปลว่ามันไม่มีอยู่จริงและนั่น คือเหตุผลที่ทำให้เราส่วนใหญ่รู้สึกติด ขัดรู้สึกไร้พลังและรู้สึกว่าเราเป็น เพียงเหยื่อของโชคชะตาที่ต้องคอยตอบสนอง ต่อสิ่งกระช้อภายนอกแต่ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์สมัยใหม่โดยเฉพาะในสาขา ฟิsิกส์quวตัม ได้เปิดประตูบานใหญ่ให้เราได้เห็นความ จริงอีกด้านหนึ่งความจริงที่บอกว่าเรามี อำนาจมากกว่าที่เราคิดและโลกใบนี้ไม่ได้ เป็นอย่างที่เราเห็นลองจินตนาการว่าเรา สามารถย่อส่วนตัวเองให้เล็กลงเล็กลงไป เรื่อยๆจนสามารถมองเห็นองค์ประกอบที่เล็ก ที่สุดของร่างกายคุณหรือของเก้าอี้ที่คุณ นั่งอยู่เราจะพบกับสิ่งที่เรียกว่าอะตอม และถ้าเราพาอะตอมนั้นเข้าไปดูข้าง เราจะพบความจริงที่น่าตกตะลึง นั่นคืออะตอมประกอบไปด้วยพื้นที่ว่าง เกือบทั้งหมดหากเปรียบเทียบอะตอมเป็น เหมือนสนามฟุตบอลขนาดใหญ่นิวเคลียสหรือ แกนกลางของมันจะมีขนาดเท่ากับลูกแก้วลูก เล็กๆที่วางอยู่ตรงกลางสนามเท่านั้นส่วน ที่เหลืออีก 99.99% 99% คือความว่างเปล่าคำถามที่น่าสนใจที่ สุดก็คือแล้วไอ้ความว่างเปล่าอันมหาศาล นั้นมันคืออะไรมันคือความไม่มีจริงหรือ เปล่าเลยค่ะนักฟิสิกส์ค้นพบว่าความว่าง นั้นไม่ได้ว่างเปล่าแต่มันอัดแน่นด้วย ความถี่มันคือสนามพลังงานที่มองไม่เห็น มันคือข้อมูลมันคือความเป็นไปได้ ที่ยังไม่ก่อตัวเป็นรูปร่างนั่นหมายความ ว่าสิ่งที่เราเรียกว่าสะสารหรือวัตถุแท้ จริงแล้วมีองค์ประกอบที่เป็นเนื้อหนัง มังสาอยู่น้อยนิดมากจนแทบจะเรียกได้ว่า ไม่มีอยู่จริงเลยด้วยซ้ำแล้วทำไมเราถึง จับต้องมันได้ทำไมเราถึงรู้สึกว่ามันแข็ง เหตุผลก็คือพลังงานเหล่านั้นกำลังสั่น สะเทือนด้วยความเร็วสูงมากเหมือนกับใบพัด ของพัดลมที่หมุนเร็วเสียจนเรามองไม่เห็น ใบพัดแต่เห็นเป็นแผ่นวงกลมทึบทึบและถ้า เราเอามือแหย่เข้าไปมันก็จะดีดมือเราออก มาทำให้เรารู้สึกว่ามันแข็งทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือที่ว่างที่มีใบพัดหมุนอยู่ร่าง กายของคุณก็เช่นกันคุณดูเหมือนจะนิ่งดู เหมือนจะทึบตันแต่ในระดับควนตัมคุณ คือพายุหมุนของพลังงานคุณคือคลื่นความถี่ ที่กำลังสั่นสะเทือนตลอดเวลาและคุณ กำลังแผ่รังสีหรือส่งสัญญาณบางอย่างออกไป สู่สนามพลังงานรอบตัวคุณในทุก วินาทีความเข้าใจนี้สำคัญอย่างไรกับชีวิต ของเรามันสำคัญมากค่ะเพราะมัน เปลี่ยนสถานะของเราจากก้อนวัตถุที่แยกขาด จากกันให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ มหาสมุทรพลังงานเดียวกันในโลกยุคเก่าเรา มองว่าฉันอยู่ตรงนี้เธออยู่ตรงนั้นเรามี ที่ว่างขั้นกลางเราไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ถ้าฉันอยากได้อะไรฉันต้องเอาตัวของฉันลาก สังขารของฉันฝ่าที่ว่างนั้นไปเพื่อแย่ง ชิงหรือครอบครองวัตถุชิ้นนั้นมานั่นคือ วิถีแห่งสสารวิถีแห่งความเหนื่อย ยากและวิถีแห่งการแข่งขันแต่ในโลกแห่ง ควันตัมไม่มีที่ว่างที่แยกเราออกจากกัน ทุกสิ่งทุกอย่างถูกเชื่อมโยงกัน ด้วยสนามพลังงานหรือสนามควันตัมเปรียบ เสมือนเราทุกคนเป็นคลื่นที่ผุดขึ้นมาจาก มหาสมุทรผืนเดียวกันแม้จะดูเหมือนเป็น คลื่นคนละลูกแต่ลึกลงไปข้างล่างเราคือน้ำ ผืนเดียวกันเราเชื่อมต่อกันสื่อสารถึงกัน และส่งผลกระทบต่อกันและกันตลอดเวลาเมื่อ คุณเริ่มมองตัวเองเป็นพลังงานแทนที่จะมอง เป็นวัตถุคุณจะเริ่มเข้าใจว่าทำไมความรู้ สึกนึกคิดของคุณถึงมีผลต่อความเป็นจริง เพราะความคิดและอารมณ์ก็คือรูปแบบหนึ่ง ของพลังงานเช่นกันความคิดคือกระแสไฟฟ้า ที่ส่งสัญญาณออกไปอารมณ์คือสนามแม่เหล็ก ที่ดึงดูดสัญญาณกลับเข้ามาเมื่อคุณ เปลี่ยนคลื่นพลังงานในตัวคุณจึงไม่ได้แค่ เปลี่ยนความรู้สึกแต่มันหมายถึงคุณกำลัง เปลี่ยนสะสารในชีวิตของคุณด้วยลองนึกภาพ ว่าคุณเป็นสถานีวิทยุคุณกำลังออกอากาศ คลื่นความถี่หนึ่งอยู่ตลอดเวลาถ้าคุณรู้ สึกหดหู่เศร้าหมองหรือโกรธแค้น คุณกำลังส่งคลื่นความถี่ต่ำที่มีลักษณะ เชื่องช้าและหนักอึ้งออกไปสู่มหาสมุทร แห่งพลังงานและแน่นอนว่ากฎของคลื่นคือ สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากันคุณก็ จะไปสั่นพ้องกับเหตุการณ์ผู้คนหรือ สถานการณ์ที่มีความถี่ต่ำแบบเดียวกันเข้า มาในชีวิตในทางกลับกันถ้าคุณเข้าใจว่าตัว ตนที่แท้จริงของคุณคือพลังงานที่ไร้ขอบ เขตคุณจะเริ่มถอนตัวออกจากข้อจำกัดทาง กายภาพคุณจะไม่เอาตัวตนไปผูกติดกับร่าง กายที่เจ็บป่วยคุณจะไม่เอาตัวตนไปผูกติด กับบัญชีธนาคารที่ตัวเลขติดลบเพราะคุณรู้ ว่านั่นเป็นเพียงสสารที่แข็งตัวแล้วเป็น เพียงผลลัพธ์ปลายทางของพลังงานเก่าที่คุณ เคยส่งออกไปแต่ตัวตนควันตัมของคุณตัวตน ที่เป็นคลื่นพลังงานนั้นเป็นอิสระ เป็นไปได้และเปลี่ยนแปลงได้เสมอโลกของ ควนตัมคือโลกของความเป็นไปได้หรือ ศักยภาพในมหาสมุทร แห่งพลังงานนี้มีคลื่นความเป็นไปได้นับ ล้านๆรูปแบบซ้อนทับกันอยู่มีเวอร์ชั่นของ คุณที่แข็งแรงสมบูรณ์มีเวอร์ชั่นของคุณ ที่มั่งคั่งร่ำรวยมีเวอร์ชั่นของคุณที่มี ความรักที่ดีทุกความเป็นไปได้เหล่านี้ ดำรงอยู่แล้วในรูปแบบของคลื่นพลังงานใน รูปแบบของข้อมูลที่ล่องลอยอยู่ในความว่าง เปล่ารอคอยให้ใครสักคนมาสังเกตเห็นและ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นความจริงนี่คือจุด ที่น่าตื่นเต้นที่สุดค่ะการที่เรามองไม่ เห็นอนาคตไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริง มันเพียงแค่ยังไม่ได้ถูกทำให้ปรากฏเป็น สะสารเท่านั้นเหมือนกับคลื่นวิทยุที่มี เพลงอยู่รเพลงลอยผ่านตัวคุณไปตอน นี้คุณไม่ได้ยินมันไม่ได้แปลว่าเพลงเหล่า นั้นไม่มีอยู่มันแค่รอให้คุณจูนเครื่อง รับวิทยุให้ตรงกับเคลื่อนความถี่ นั้นแล้วเพลงก็จะดังขึ้นมาดังนั้นการเป็น ตัวตนควนตัมคือการเรียนรู้ที่จะ ย้ายจุดโฟกัสของเราจากการยึดติดอยู่กับ โลกของสสาร ที่เรามองเห็นด้วยตาซึ่งมักจะเป็นปัญหา และข้อจำกัดไปสู่การรับรู้ถึงโลก ของพลังงานที่เราสัมผัสได้ด้วยใจโลกที่ ทุกอย่างยังเป็นไปได้โลกที่เราไม่ ได้เป็นเหยื่อแต่เป็นผู้เลือกเรามักจะใช้ ชีวิตด้วยการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมเรา ตื่นมาเจอรถติดเราก็หงุดหงิดเราเจอคนพูด ไม่ดีเราก็โกรธเราปล่อยให้โลกภาย นอกกำหนดคลื่นพลังงานภายในของเรานั่นคือ การใช้ชีวิตแบบวัตถุแต่ผู้ที่ตื่น รู้ในวิถีควันตัมจะทำตรงกันข้าม เขาจะกำหนดคลื่นพลังงานจากภายในก่อนเขาจะ สร้างความรู้สึกที่เขาต้องการให้เกิดขึ้น ในใจโดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมภายนอก และเมื่อเขารักษาคลื่นความถี่นั้นได้นาน พอและเข้มข้นพอโลกภายนอกก็จะเริ่มจัด เรียงตัวใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับพลังงาน ของเขาคุณอาจจะเริ่มสงสัยแล้วว่าถ้าทุก อย่างเป็นเพียงคลื่นพลังงานที่ล่องลอย อยู่อย่างไม่มีรูปร่างที่แน่นอนถ้าความ จริงเป็นเพียงภาพลวงตาของอะตอมที่ว่าง เปล่าแล้วอะไรล่ะคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ คลื่นเหล่านั้นหยุดการล่องลอยและแข็งตัว กลายเป็นเก้าอี้กลายเป็นรถยนต์กลาย เป็นเงินในกระเป๋าหรือกลายเป็นเหตุการณ์ ในชีวิตของเราอะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนความ เป็นไปได้ให้กลายเป็นความจริงคำตอบของคำ ถามนี้คือกุญแจดอกแรกที่จะไขความลับของ จักรวาลและมันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ คุณทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวสิ่ง นั้นคืออำนาจแห่งการเฝ้ามองในโลกของ ควนตัมสิ่งต่างๆจะยังไม่เกิดขึ้นจริงจน กว่าจะมีใครสักคนหันไปมองมันและวิธีการ มองของเรานี่แหละค่ะที่เป็นตัว กำหนดชะตาชีวิตอย่างแท้จริงเราจะไปค้นหา คำตอบกันต่อว่าจิตสำนึกของเราทำงานอย่าง ไรในการปั้นปั้นแต่งความเป็นจริงในส่วน ต่อไปของการเดินทางนี้ค่ะคำถามที่ น่าสนใจที่สุดที่สืบเนื่องมาจากความจริง ที่ว่าทุกอย่างคือพลังงานก็คือหาก โลกใบนี้เป็นเพียงมหาสมุทรแห่งความเป็นไป ได้ที่ไหวตัวอยู่อย่างอิสระอะไรกัน แน่ที่เป็นตัวการทำให้พลังงานเหล่านั้น หยุดนิ่งและก่อตัวเป็นรูปร่างอะไรคือสิ่ง ที่ทำให้ความเป็นไปได้นับล้านแบบยุบตัวลง เหลือเพียงความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่เรา สัมผัสได้ในตอนนี้คำตอบของปริศนานี้ซ่อน อยู่ในสิ่งที่เราทุกคนมีและใช้อยู่ตลอด เวลาแต่เรากลับมองข้ามพลังอำนาจของมันไป นั่นคือจิตสำนึกหรือพูดให้เข้าใจ ง่ายกว่านั้นก็คือการเฝ้าสังเกตของเรา นั่นเองในโลกของฟิสิกส์ยุคเก่าเราเชื่อ ว่าโลกนี้ดำรงอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองไม่ ว่าจะมีเราอยู่หรือไม่ต้นไม้ก็ยังคงเป็น ต้น ดวงจันทร์ก็ยังคงลอยอยู่บนฟ้าและปัญหา ในชีวิตของเราก็ยังคงตั้งตระหง่าน อยู่อย่างนั้นเราเชื่อว่าเราเป็นเพียงผู้ ดูที่ทำหน้าที่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ตัวเหมือนกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพ เหตุการณ์ต่างๆโดยไม่สามารถเข้าไป แทรกแซงเนื้อหาของเหตุการณ์นั้นได้แต่ใน โลกของควานตัมกฎเกณฑ์นี้ได้ถูกพลิกกลับ ด้านอย่างสิ้นเชิง นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ ความจริงที่น่าตกตะลึงผ่านการทดลอง ในระดับอนุภาคพวกเขาพบว่าพฤติกรรมของ อิเล็กตรอนหรือหน่วยย่อยของสสาร นั้นไม่ได้มีความแน่นอนตายตัวเมื่อ ไม่มีใครมองมันมันจะทำตัวเป็นคลื่นคือ กระจายตัวออกไปเป็นความเป็นไปได้มันอยู่ ทุกที่ในเวลาเดียวกันแต่ในวินาทีที่มีนัก วิทยาศาสตร์หรือเครื่องมือตรวจวัด เข้าไปเฝ้าสังเกตมันคลื่นเหล่านั้นจะหยุด การเคลื่อนไหวไหวที่อิสระและยุบตัวลงกลาย เป็นอนุภาคหรือเป็นวัตถุที่จับต้อง ได้ณจุดใดจุดหนึ่งทันทีนี่คือสิ่งที่ เรียกว่าปรากฏการณ์ของผู้เฝ้าสังเกต ซึ่งบอกเราว่าผู้ดูกับสิ่งที่ถูกดูไม่ได้ แยกขาดจากกัน จิตสำนึกของเรามีผลโดยตรงต่อสสารความจริง ยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าเราจะเอาสติ หรือเอาความสนใจของเราไปจับจ้องมัน พูดให้ลึกซึ้งกว่านั้นก็คือเราไม่ได้แค่ มองเห็นโลกในแบบที่โลกเป็นแต่โลก เป็นในแบบที่เรามองเห็นเพราะการมองเห็น ของเราคือกระบวนการสร้างความจริงนั้นขึ้น มาลองนำหลักการนี้กลับมามองดูชีวิตประจำ วันของคุณดูสิคะถ้าชีวิตของคุณคือ อิเล็กตรอน คือกลุ่มก้อนของความเป็นไปได้ที่รอการก่อ ตัวแล้วใครล่ะคือผู้เฝ้าสังเกตที่คอย กำหนดรูปร่างของชีวิตคุณคำตอบก็คือตัวคุณ เองคุณตื่นขึ้นมาทุกเช้าและสิ่งแรกที่คุณ ทำคืออะไรคุณเริ่มกระบวนการเฝ้าสังเกตทัน ทีใช่มั้ยคะลองจินตนาการถึงเช้าวันธรรมดา วันหนึ่งเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นคุณลืมตา ตื่นและในเสี้ยววินาทีนั้นสมองของคุณ เริ่มทำงานมันเริ่มดาวน์โหลดความทรงจำ ทั้งหมดของคุณกลับเข้ามาคุณเริ่มระลึกได้ ว่าคุณเป็นใครคุณชื่ออะไรคุณทำงาน ที่ไหนคุณนอนอยู่บนเตียงด้านไหนและทันใด นั้นคุณก็เริ่มระลึกถึงปัญหาของคุณ คุณจำได้ว่าเมื่อวานคุณทะเลาะกับแฟนคุณจำ ได้ว่าวันนี้คุณมีประชุมที่น่าหนัก ใจกับเจ้านายที่คุณไม่ชอบหน้าคุณจำได้ว่า คุณมีหนี้สินที่ต้องชำระสิ้นเดือน และคุณจำได้ว่าคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ที่ยังไม่หายวินาทีที่คุณเอาจิต หรือความสนใจของคุณไปจับจ้องที่เรื่องราว เหล่านี้คุณกำลังทำหน้าที่เป็นผู้ สังเกตในโลกควนตัมคุณกำลังส่งกระแสพลัง งานไปล็อคเป้าหมายคุณกำลังทำให้ คลื่นความเป็นไปได้ที่ยังไม่แน่นอนยุบตัว ลงกลายเป็นความจริงที่แข็งทื่อเหมือนเดิม คุณกำลังบอกจักรมารว่านี่คือชีวิต ของฉันนี่คือปัญหาของฉันและนี่คือข้อ จำกัดของฉันและจักรวาลซึ่งเป็นสนาม พลังพลังงานที่เป็นกลางก็ตอบสนองต่อการ สังเกตนั้นด้วยการจัดเรียงเหตุ การณ์ผู้คนและสถานการณ์ให้ตรงกับสิ่งที่ คุณจดจ่ออยู่อย่างแม่นยำนี่คือเหตุผลว่า ทำไมชีวิตของคนส่วนใหญ่จึงดูเหมือนวน เวียนอยู่ในหลูปเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำ เล่าทำไมเราถึงเจอแต่ปัญหาเดิมๆเจอคนแบบ เดิมๆและมีความรู้สึกเดิมๆไม่ใช่ เพราะเราโชคร้ายและไม่ใช่เพราะโลกนี้ใจ ร้ายกับเราแต่เป็นเพราะเราตื่นขึ้นมาแล้ว เราก็สวมวิญญาณเป็นคนเดิมคนเมื่อวานเรา เอาสติสัมปชัญญะของเราไปรดน้ำพรวน ดินให้กับอดีตเราคิดเรื่องเดิมเราจึง รู้สึกแบบเดิมและเมื่อเรารู้สึกแบบ เดิมเราก็สร้างคลื่นพลังงานแบบเดิมซึ่ง ดึงดูดความจริงแบบเดิมเข้ามาสู่ ชีวิตเราใช้ชีวิตด้วยความเชื่อที่ว่าถ้า ฉันเห็นฉันถึงจะเชื่อแต่กฎของ ควันตัมบอกว่าถ้าคุณเชื่อคุณถึงจะเห็น หรือถ้าคุณจดจ่อคุณถึงจะสร้างเมื่อ คุณจดจ่ออยู่กับความขาดแคลนคุณกำลังสร้าง ความขาดแคลนให้เป็นความจริงที่จับ ต้องได้เมื่อคุณจดจ่ออยู่กับความเจ็บป่วย คุณกำลังสั่งให้เซลล์ในร่างกายทำ งานตามคำสั่งของความเจ็บป่วยนั้นเรามักจะ คิดว่าปัญหาต่างๆเป็นสิ่งภายนอกที่ เข้ามากระทบเราแต่ในความเป็นจริงปัญหา เหล่านั้นดำรงอยู่ได้และมีอิทธิพลต่อเรา ได้ก็เพราะเรายังคงให้ค่าและให้ความสนใจ กับมันอยู่อย่างต่อเนื่องคุณอาจจะแย้งว่า แต่ปัญหาพวกนั้นมันมีอยู่จริงนะฉันไม่ได้ คิดไปเองหนี้สินมันก็อยู่ในบัญชีจริงๆ อาการปวดหลังมันก็เจ็บจริงๆใช่ค่ะ ในระดับดับของสสารมันคือความจริงที่เกิด ขึ้นแล้วมันคือผลลัพธ์ของพลังงาน เก่าที่คุณเคยสร้างไว้ในอดีตแต่ในระดับ ควนตัมหรือในระดับของปัจจุบันขณะทุกอย่าง กำลังลื่นไหลและเปลี่ยนแปลงได้เสมอหากคุณ ถอนความสนใจออกมาจากมันหากคุณหยุดเติม พลังงานให้กับภาพความจริงแบบเดิมๆและ เริ่มหันเหดวงตาของผู้สังเกตของคุณไปจับ จ้องที่ภาพใหม่ความจริงตรงหน้าก็จะเริ่ม สั่นคลอนและค่อยๆเปลี่ยนรูปทรงไปความท้า ทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์เรา คือการที่เราเสพติดการเป็นผู้สังเกตการ ของอดีตเราชอบเล่าเรื่องราวความทุกข์ของ ตัวเองซ้ำๆเราชอบนิยามตัวเองจากบาดแผลที่ เราเคยได้รับเราชอบคาดเดาอนาคตโดยใช้ข้อ มูลจากความล้มเหลวที่ผ่านมาเราตื่นมา พร้อมกับความคาดหวังว่าวันนี้คงจะแย่ เหมือนเมื่อวานและเมื่อเราคาดหวังแบบนั้น เราก็ได้แบบนั้นจริงๆเพราะเราได้แอบมองบท สรุปไว้ล่วงหน้าแล้วและบังคับให้คลื่น พลังงานยุบตัวลงตามความคาดหวังนั้นการ เปลี่ยนชีวิตจึงไม่ใช่การพยายามไปเปลี่ยน วัตถุภายนอกไม่ใช่การพยายามไปเปลี่ยนเจ้า นายเปลี่ยนแฟนหรือเปลี่ยนยอดเงินในบัญชี ด้วยการออกแรงกระทำทางกายภาพเพียงอย่าง เดียวเพราะนั่นเป็นเพียงการย้ายอนุภาคจาก ที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งซึ่งต้องใช้ พลังงานมหาศาลและใช้เวลานานแต่การเปลี่ยน ชีวิตที่แท้จริงคือการเปลี่ยนวิธีการมอง ของเราคือการเปลี่ยนสิ่งที่เราโฟกัสลอง จินตนาการดูสิคะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณตื่นมาในวันพรุ่งนี้แล้วแทน ที่คุณจะรีบเอาใจไปเกาะเกี่ยวกับความ กังวลเดิมๆคุณกลับเลือกที่ใช้ดวงตา ของผู้สังเกตของคุณมองหาความเป็นไปได้ ใหม่ๆแทน แทนที่คุณจะโฟกัสไปที่ความเจ็บปวดคุณ โฟกัสไปที่ความสบายใจแทนที่คุณจะ โฟกัสไปที่สิ่งที่ขาดหายคุณโฟกัสไปที่ สิ่งที่คุณมีอยู่และสิ่งที่คุณปรารถนาจะ สร้างขึ้นเมื่อคุณเปลี่ยนจุดโฟกัสคุณ กำลังเปลี่ยนคำสั่งที่ส่งไปยังสนามพลัง งานคุณกำลังบอกจักรวาลว่าอย่าเพิ่งยุบตัว ลงเป็นความทุกข์นะฉันยังไม่เลือกสิ่งนั้น ฉันกำลังมองหาความสุขอยู่ฉันกำลังมองหา โอกาสอยู่และเมื่อคุณจดจ่ออยู่กับสิ่ง ใหม่นั้นนานพอเข้มข้นพอและชัดเจนพอ เคลื่อนพลังงานในจักรวาลก็จะเริ่มก่อตัว เป็นรูปร่างใหม่ตามใบสั่งที่คุณส่ง ออกไปผ่านการสังเกตของคุณนี่คืออำนาจที่ แท้จริงของมนุษย์เราไม่ใช่เหยื่อของสิ่ง แวดล้อมแต่เราคือผู้สร้างสิ่งแวดล้อม ผ่านจิตสำนึกของเราแต่การจะเป็นผู้ สร้างที่มีพลังได้นั้นเราต้องฝึกฝน ที่จะเป็นผู้สังเกตที่ตื่นรู้เราต้องรู้ ตัวว่าในแต่ละนาทีเรากำลังเอาสายตา และจิตใจของเราไปวางไว้ที่ไหนเรากำลัง จ้องมองไปที่ปัญหาหรือกำลังจ้องมอง ไปที่ทางออกเรากำลังจ้องมองมองไปที่อดีต หรือกำลังจ้องมองไปที่อนาคตเพราะที่ใด มีความสนใจที่นั่นมีพลังงานและที่ ใดมีพลังงานที่นั่นมีการก่อกำเนิด ของสะสารหากคุณเอาความสนใจไปไว้ที่ ความป่วยไข้คุณกำลังมอบพลังชีวิตของคุณ ให้กับมันหากคุณเอาความสนใจไปไว้ ที่ศัตรูคุณกำลังมอบอำนาจให้เขาควบคุม ชีวิตคุณแต่ถ้าคุณดึงความสนใจกลับ มาดึงพลังงานกลับมาแล้วส่งมันไปยังภาพฝัน ที่คุณต้องการคุณกำลังรดน้ำพรวนดินให้กับ เมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตใหม่ดังนั้นคำถาม สำคัญไม่ใช่การถามว่าทำไมชีวิตฉันถึงเป็น แบบนี้แต่ควรถามว่าฉันกำลังเฝ้ามองสิ่งใด อยู่และฉันยินดีที่จะละสายตาจากภาพ เก่าๆเพื่อเริ่มมองหาภาพใหม่หรือไม่การ ฝึกฝนนี้ต้องอาศัยความกล้าหาญเพราะมัน ขัดแย้งกับสิ่งที่ประสาทสัมผัสบอก เราตาเราเห็นหนี้สินแต่ใจเราต้องกล้ามอง เห็นความมั่งคั่งหูเราได้ยินคำนินทาแต่ใจ เราต้องกล้าได้ยินเสียงชื่นชมนี่คือศิลปะ ของการมองเห็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึงและทำให้ มันเกิดขึ้นจริงด้วยพลังแห่งการจดจ่อและ เมื่อคุณเริ่มเข้าใจแล้วว่าคุณมีอำนาจใน การเลือกเส้นทางชีวิตผ่านการเฝ้าสังเกต คุณอาจจะเกิดคำถามต่อมาว่าแล้วฉันจะมองหา อะไรดีล่ะในเมื่อรอบตัวฉันตอนนี้มีแต่ ปัญหาฉันจะไปเอาภาพความสุขความสมหวังมา จากไหนคำตอบก็คือคุณไม่ต้องไปสร้าง มันขึ้นมาใหม่จากความว่างเปล่าหรอกค่ะ เพราะในสนามพลังงานควนตัมนั้นทุกสิ่งที่ คุณปรารถนาทุกเวอร์ชั่นของคุณที่สมบูรณ์ แบบมันได้ดำรงอยู่แล้วมันรอคุณที่นั่นใน รูปแบบของความเป็นไปได้ที่ซ้อนทับ กันอยู่มากมายมหาศาลในมิติที่สายตามนุษย์ มองไม่เห็นมีคุณที่เป็นเศรษฐีมีคุณที่ สุขภาพแข็งแรงและมีคุณที่มีความรัก ที่ยอดเยี่ยมรอคอยให้คุณหันไปมองเห็นพวก เขาอยู่เราจะไปสำรวจคลังแห่งความเป็นไป ได้นี้ด้วยกันเพื่อให้คุณได้รู้ว่าคุณไม่ ได้กำลังฝันกลาง แต่คุณกำลังจูนเข้าหาความจริงอีกชุดหนึ่ง ที่รอการเปิดเผยเมื่อเราตระหนักแล้วว่า เราไม่ได้เป็นแค่คนดูละครชีวิตที่ ใครก็ไม่รู้เขียนบทไว้ให้เราเดินตามแต่ เราคือทั้งผู้กำกับผู้เขียนบทและตัวเอก ของเรื่องที่สามารถเลือกม้วนฟิล์มชีวิต ของตัวเองได้ผ่านอำนาจของการจดจ่อ และการเฝ้าสังเกตคำถามใหญ่ที่มักผุดขึ้น มาในใจคือแล้วภาพชีวิตที่เราอยากจะเลือก ภาพความสำเร็จภาพความสุขหรือภาพชีวิตที่ สมบูรณ์แบบเราต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่จาก ศูนย์เลยมยเราต้องเริ่มก่ออิฐทีละก้อนแบก ปูนทีละถังเพื่อสร้างอนาคตทั้งเรื่องขึ้น มาด้วย 2 มือของเราเท่านั้นหรือเปล่าคำ ตอบที่ฟังดูเหนือความคาดหมายแต่สวยงามที่ สุดจาก physic quantัมก็คือคุณไม่ ต้องสร้างอะไรใหม่เลยทุกสิ่งที่คุณ ปรารถนาทุกรูปแบบชีวิตที่คุณใฝ่ฝัน มันถูกสร้างเสร็จแล้วเป็นที่เรียบร้อยและ กำลังดำรงอยู่ >> >> ณที่ใดที่หนึ่งในห้วงนหันนับแห่งพลังงาน นี้อยู่แล้วตอนนี้ลองจินตนาการถึงห้อง สมุดไร้ขอบเขตสักแห่งหนึ่งค่ะห้องสมุดที่ ไม่มีผนังไม่มีเพดานกว้างออกไปสุดสายตาใน ห้องสมุดแห่งนั้นไม่ได้เก็บหนังสือ ค่ะแต่เก็บความเป็นไปได้ทั้งหมดของ จักรวาลเอาไว้บนชั้นวางที่มองไม่เห็นนั้น มีม้วนฟิล์มภาพยนตร์ชีวิตของคุณวางเรียง กันอยู่นับล้านๆม้วนมีม้วนฟิล์มที่ฉายภาพ คุณกำลังนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลมี ม้วนฟิล์มที่คุณกำลังถังแตกหมดหวังและรู้ สึกไร้ค่าแต่ในชั้นถัดไปก็มีม้วนฟิล์มที่ ฉายภาพคุณกำลังวิ่งมาราธอนด้วยร่าง กายแข็งแรงมีม้วนฟิล์มที่คุณกำลังเซ็น สัญญาธุรกิจครั้งใหญ่ด้วยรอยยิ้มมี ม้วนฟิล์มที่คุณหัวเราะอย่างมีความสุข ท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่นและปลอดภัย ความจริงที่น่าตกตะลึงคือม้วนฟิล์ม ทั้งหมดนี้ดำรงอยู่พร้อมกันเดี๋ยว นี้เลยในมิติของสนามควานตัมไม่มีคำว่า อดีต ไม่มีคำว่าอนาคตมีเพียงปัจจุบันขณะที่แผ่ ตัวออกไปในทุกทิศทางในระดับพลังงาน ทุกเหตุการณ์คือความถี่ที่กำลังสั่นอยู่ ในตำแหน่งต่างๆของสนามพลังงานเพื่อให้ เห็นภาพง่ายขึ้นลองนึกถึงคลื่นวิทยุรอบ ตัวคุณตอนนี้ค่ะในอากาศที่ดูเหมือนว่าง เปล่ารอบตัวคุณเต็มไปด้วยคลื่นสัญญาณจาก สถานีวิทยุนับร้อยมีทั้งคลื่นเพลงร็อ คลื่นเพลงคลาสสติกคลื่นข่าวเศรษฐกิจคลื่น รายการตลกทุกคลื่นกำลังออกอากาศพร้อมกัน แต่คุณได้ยินแค่สถานีเดียวที่คุณ จูนอยู่ไม่ได้แปลว่าสถานีอื่นไม่มีอยู่ จริงแต่มันแค่อยู่นอกความถี่ที่คุณ รับได้เท่านั้นเองชีวิตของคุณก็เช่นกัน ค่ะถ้าตอนนี้คุณจูนคลื่นอยู่ที่ สถานี 98.5 ความทุกข์กระทม FM คุณก็จะได้ยินแต่เพลง เศร้าข่าวร้ายและเรื่องราวที่ทำให้ คุณรู้สึกหมดแรงแต่นั่นไม่ได้หมายความว่า สถานี 105.5 5 ความมั่งคั่งแอนความสุข FM หายไปไหนมันอยู่รอบตัวคุณนี่แหละส่ง สัญญาณอยู่ข้างหูคุณในวินาทีนี้แต่คุณ รับไม่ติดเพราะคุณยังไม่ได้หมุน ปุ่มจูนให้ตรงเท่านั้นเองนี่แหละค่ะคือ แก่นแท้ของตัวตนควันตัมเราไม่ได้มาเกิด เพื่อสร้างความจริงขึ้นมาใหม่จากความไม่ มี แต่เราเกิดมาเพื่อเลือกความจริงที่มีอยู่ แล้วในคลังแห่งความเป็นไปได้ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงชีวิตจึงไม่ ใช่การแบกหินแบกทรายไปสร้างตึกทีละชั้น แต่มันคืองานช่างไฟที่ละเอียดอ่อนมากกว่า หน้าที่ของเราไม่ใช่การออกแรงจนหมดชีวิต แต่คือการจูนคลื่นให้ตรงพอเข้าใจ แบบนี้เราจะเริ่มรู้สึกว่าความกดดัน มหาศาลในชีวิตมันเบาลงได้ทันทีเราเลิกคิด ว่าฉันต้องทำให้บางอย่างเกิดขึ้นให้ได้ แล้วค่อยมีความสุขทีหลังแต่เปลี่ยนเป็น ฉันแค่ต้องทำตัวให้สอดคล้องกับสิ่ง ที่เกิดขึ้นแล้วในสนามพลังงานเราไม่ต้อง วิ่งไล่อนาคตที่อยู่ข้างหน้าเพราะในภาษา ควตัมอนาคตไม่ใช่ระยะทางมันคือความถี่ลอง จินตนาการว่ามีเวอร์ชั่นหนึ่งของ คุณที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอยู่แล้วใน อีกเส้นเวลาตัวตนเวอร์ชั่นนั้นเขาใช้ ชีวิตยังไงเค้าตื่นเช้าแล้วคิดอะไร เป็นอย่างแรกเค้ามองตัวเองยังไงเขาเดิน ยังไงหายใจยังไงพูดกับตัวเองว่าอะไรเค้า รู้สึกยังไงกับเรื่องเงินเรื่องสุขภาพ เรื่องความรักหน้าที่ของคุณไม่ใช่ไปสร้าง เขาคนนั้นขึ้นมาใหม่แต่คือการย้ายจิต ของคุณเข้าไปสวมรอยหรือเชื่อมต่อ กับเวอร์ชั่นนั้นคนส่วนใหญ่มักติด กับดักของการรอรอคอยค่ะเราบอกตัวเองว่ารอ ให้ฉันรวยก่อนแล้วฉันจะมีความสุขรอให้ฉัน หายป่วยก่อนแล้วฉันจะรักร่างกายตัวเองรอ ให้ฉันเจอคนที่ใช่ก่อนแล้วฉันจะเชื่อว่า ฉันคู่ควรกับความรักนี่คือวิธีคิด แบบโลกวัตถุแบบนิวตันคือต้องเห็นก่อนแล้ว ค่อยเชื่อต้องให้วัตถุเปลี่ยนก่อนแล้ว ค่อยเปลี่ยนอารมณ์ทีหลังแต่ในวิถีควันตัม กระบวนการมันกลับด้านค่ะกฎของควานตั้มบอก ว่าคุณต้องรู้สึกก่อนความจริงถึงจะปรากฏ เหมือนวิทยุคุณต้องหมุนคลื่นไปที่ ช่องเพลงเพราะก่อนเพลงถึงจะดังไม่ใช่นั่ง เงียบๆแล้วบอกว่าถ้าเพลงมันอยากดังมันก็ ดังเองแหละแล้วฉันค่อยหมุนคลื่นตามไปที หลังถ้าคุณอยากดึงดูดเวอร์ชั่นของตัวเอง ที่มั่งคั่งคุณต้องเริ่มรู้สึกถึงความ มั่งคั่งในวันที่บัญชียังไม่ได้เปลี่ยนไป ไหนเลยนี่แหละคุณต้องเริ่มรู้สึกถึงความ อุดมสมบูรณ์ความปลอดภัยความโล่งใจราวกับ ว่าคุณได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ แล้วคุณต้องสวมวิญญาณของคุณเวอร์ชั่นนั้น ก่อนเข้าไปอยู่ในความถี่นั้นก่อนแล้ว ชีวิตด้านนอกจะค่อยๆจัดเรียงตัวตาม มาทีหลังการมีอยู่ของความเป็นไปได้ไร้ขีด จำกัดในสนามควอนตัมคือหลักฐานชัดๆว่าไม่ มีคำว่าสายเกินไปและไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ ได้สำหรับจักรวาลถ้าตอนนี้คุณกำลัง ป่วยหนักหมอบอกว่าโอกาสน้อยในสนามควตัมมี เวอร์ชั่นของคุณที่หายดีแล้วกำลังออกวิ่ง กำลังหัวเราะ กำลังสูดอากาศอย่างเต็มปอดอยู่จริงๆถ้า ตอนนี้ธุรกิจคุณพังหนี้ท่วมในสนามควตัมมี เวอร์ชั่นของคุณที่ผ่านจุดพังนั้นมาแล้ว และกำลังแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จให้คน อื่นฟังอยู่บนเวทีตัวตนเหล่านั้นไม่ใช่ แค่ภาพเผลอฝันแต่คือพิมพ์เขียวทางพลังงาน ที่มีอยู่จริงรอให้คุณไปเบิกมาใช้ แล้วทำไมเรายังสัมผัสตัวตนเหล่านั้นไม่ ได้เพราะเรายังเสพติดปราสาทสัมผัสมากเกิน ไปเราเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นหูได้ยินมือจับ ต้องซึ่งทั้งหมดนี้มันคือรายงานผลของอดีต ร่างกายคุณในตอนนี้สถานะการเงินของ คุณในตอนนี้คือผลลัพธ์ของความคิดและความ รู้สึกในอดีตทั้งนั้นมันคือคลื่นเก่า ที่แข็งตัวเป็นสสารไปแล้วทุกครั้ง ที่คุณตื่นมาแล้วมองไปรอบตัวแล้ว พูดว่านี่แหละความจริงของฉันพร้อม กับถอนหายใจและรู้สึกหดหู่คุณกำลังยืนยัน ความถี่เดิมคุณกำลังล็อคตัวเองไว้กับม้วน ฟิล์มเดิมและคุณกำลังบอกจักรวาลว่าขอแบบ นี้อีกนะฉันยังจดจ่ออยู่กับมันอยู่การจะ เข้าถึงคลังแห่งความเป็นไปได้ใหม่คุณต้อง กล้าที่จะปิดไฟโลกภายนอกชั่วคราว หลับตาเพื่อตัดการรับรู้จากสะสารแล้วเปิด ดวงตาภายในของคุณแทนจินตนาการจึงไม่ใช่ ความเพ้อฝันของเด็กแต่มันคือเทคโนโลยี ชั้นสูงของจิตวิญญาณจินตนาการคือญาณ พาหนะที่พาจิตสำนึกของคุณเดินทาง ข้ามมิติเวลาและสถานที่ไปสัมผัสกับคลื่น พลังงานของอนาคตล่วงหน้าเมื่อคุณ จินตนาการถึงตัวเองเวอร์ชั่นที่ดีกว่าชัด จนคนขนลุกชัดจนคุณยิ้มทั้งน้ำตาชัด จนร่างกายคุณลังเลว่านี่คือเรื่องจริงตอน นี้หรือแค่ความคิดในวินาทีนั้นล่ะ ค่ะคุณได้เชื่อมต่อสายเข้ากับ เวอร์ชั่นควนตัมของตัวเองเรียบร้อยแล้ว คุณได้เริ่มดาวน์โหลดข้อมูลใหม่ลงสู่ เซลล์ในร่างกายและคุณได้เริ่ม กระบวนการดึงดูดความจริงชุดใหม่เข้ามาใน ชีวิตระยะห่างระหว่างคุณกับความฝัน ไม่ใช่ระยะทางไม่ใช่ระยะเวลาแต่คือระยะ ห่างของความถี่ถ้าคุณปรับความถี่ ได้ตรงเมื่อไหร่เวลาเหมือนจะหดสั้นลงและ เหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้นเร็วชนิดที่ คุณเองยังตั้งตัวไม่ทันดังนั้นใน ทุกๆวันขอให้คุณเตือนตัวเองเสมอว่าคุณไม่ ได้เป็นแค่ภาพในกระจกคุณคือผู้ถือ กุญกุญแจเข้าสู่คลังสมบัติแห่งจักรวาลคุณ มีสิทธิ์เลือกหยิบเวอร์ชั่นไหนก็ได้ของ ชีวิตมาสวมใส่คุณไม่จำเป็นต้องจำนนต่อบท เดิมๆที่สังคมหรืออดีตเคยเขียนให้คุณคุณ สามารถถอดบทผู้แพ้แล้วสวมบทผู้ชนะได้ทัน ทีเพียงแค่คุณรู้วิธีจูนจิตของตัวเองแต่ การจูนจิตนี้ใช่แค่คิดบวกอย่างเดียวไม่พอ นะคะเพราะความคิดเปรียบเหมือน สัญญาณไฟฟ้าที่ส่งออกไปแต่มันยังขาดพลัง งานอีกครึ่งนึงที่จะดึงดูดความจริงกลับมา หาคุณพลังงานอีกครึ่งนั้นคือสนามแม่เหล็ก ที่ทรงอานุภาพที่สุดในร่างกาย มนุษย์มันไม่ได้อยู่ที่ศีรษะแต่มันอยู่ ตรงกลางอกของคุณเองในส่วนถัดไปเรา จะไปเรียนรู้กันว่าจะใช้เข็มทิศหัวใจหรือ พลังของอารมณ์ความรู้สึกในการล็อคเป้า หมายในคลังแห่งความเป็นไปได้นี้อย่างแม่น ยำได้อย่างไรทำไม แค่คิดดีถึงยังไม่พอแล้วเราจะรู้สึกอนาคต ให้เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ยังไงทั้งๆที่ สภาพแวดล้อมภายนอกยังดูเหมือนเดิมเตรียม หัวใจของคุณให้พร้อมเรียนรู้ภาษาที่ จักรวาลเข้าใจดีที่สุดนั่นคือภาษาแห่งหัว ใจค่ะและเมื่อเราเข้าใจแล้วว่าความคิดของ เราเปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่ส่งสัญญาณ ออกไปสู่จักรวาลแต่ลำพังเพียงแค่กระแสไฟ ฟ้านั้นมันยังไม่มีแรงดึดึงดูดมาก พอที่จะดึงเอาความจริงชุดใหม่เข้ามาสู่ ชีวิตเราได้มันเหมือนกับที่คุณมี โทรศัพท์มือถือที่เปิดเครื่องอยู่มี สัญญาณโทรศัพท์แต่คุณยังไม่ได้กดโทรออกหา ใครหรือเหมือนกับที่คุณมีลูกธนูที่พลาด อยู่บนคันสอนแล้วแต่คุณยังไม่ได้ง้างสาย ให้ตึงเพื่อส่งมันออกไปที่เป้าหมาย สิ่งที่ขาดหายไปสิ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะเปลี่ยนความคิดในหัวให้กลายเป็นความ สิ่งที่จับต้องได้นั่นคือพลังงานที่ทำงาน คู่ขนานกันแต่อยู่ในระดับที่ลึกซึ้งกว่า นั่นคือพลังงานของหัวใจหรืออารมณ์ ความรู้สึกนั่นเองค่ะในทางวิทยาศาสตร์ทาง จิตวิญญาณมีการค้นพบที่น่าทึ่งว่าหัวใจ ของเราไม่ได้เป็นเพียงก้อนเนื้อที่ทำหน้า ที่สูบเฉียดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เท่านั้นแต่หัวใจยังเป็นศูนย์กลางของพลัง งานแม่เหล็กที่ทรงอานุภาพที่สุดใน ร่างกายมนุษย์นักวิจัยค้นพบว่าสนามแม่ เหล็กที่แผ่ออกมาจากหัวใจนั้นมีความเข้ม ข้นและกว้างไกลกว่าสนามแม่เหล็กที่ แผ่ออกมาจากสมองถึง 5,000 เท่าคุณ ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ 5,000 เท่านั่นหมายความ ว่าถ้าความคิดคือกระแสไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ ส่งสารออกไปอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจาก หัวใจก็คือ สนามแม่เหล็กที่ทำหน้าที่ดึงดูดผลลัพธ์ กลับเข้ามาหาตัวเรานี่คือเหตุผลที่อธิบาย ว่าทำไมคนจำนวนมากที่พยายามใช้กฎแรงดึง ดูดหรือพยายามคิดบวกถึงยังไม่ประสบความ สำเร็จเสียทีเรามักจะยืนอยู่หน้ากระจก แล้วพูดประโยคยืนยันกับตัวเองว่าฉันรวย ฉันมั่งคั่งฉันแข็งแรงเราใช้สมอง คิดเราใช้ปากพูดแต่ในขณะเดียวกันลึกลงไป ที่กลางอกหัวใจของเรากลับสั่นไหวด้วยความ กลัวความกังวลหรือความรู้สึกขาด แคลนเราพูดว่าฉันรวยแต่ใจเรารู้สึกว่า เงินไม่พอใช้เราพูดว่าฉันแข็งแรง แต่ใจเรากำลังหวาดระแวงกับอาการเจ็บป่วย เมื่อความคิดและอารมณ์ขัดแย้งกันแบบนี้ สัญญาณที่เราส่งออกไปสู่สนาม ควันตัมจะเป็นสัญญาณที่สับสนและอ่อนแอ เหมือนคลื่นวิทยุที่ซ่าและจับใจ ความไม่ได้จักรวาลซึ่งทำหน้าที่ตอบสนอง ต่อคลื่นพลังงานของเราก็จะไม่รู้จะส่ง อะไรกลับมาให้เราดีระหว่างความรวย ที่เราคิดกับความจนที่เรารู้สึกและตามกฎ ธรรมชาติพลังงานที่มีค่าความเข้มข้นสูง กว่าย่อมเป็นฝ่ายชนะเสมอซึ่งในที่ นี้ก็คือพลังงานแม่เหล็กจากหัวใจหรือ อารมณ์ความรู้สึกนั่นเองดังนั้นถ้า คุณคิดอยากจะมีชีวิตใหม่แต่คุณยังคงตื่น มาพร้อมกับอารมณ์เดิมเดิมทุกวันยังคงรู้ สึกหดหู่เบื่อหน่ายหรือโกรธแค้นคุณก็ กำลังใช้พลังแม่เหล็กของคุณดึงดูดชีวิต แบบเดิมๆให้เข้ามาย่ำเตือนความรู้สึกเดิม ๆนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะอารมณ์คือ ภาษาที่ร่างกายใช้สื่อสารกับสนามพลังงาน หากคุณต้องการเปลี่ยนชีวิตคุณต้อง เปลี่ยนภาษาที่คุณใช้พูดคุยกับจักรวาล เสียก่อนคุณต้องเรียนรู้ที่จ้าสร้าง อารมณ์ของอนาคตให้เกิดขึ้นได้ในขณะ ที่ตัวคุณยังนั่งอยู่ในปัจจุบันนี่คือ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะเราถูก ตั้งโปรแกรมมาให้รอคอยให้เกิดเรื่องดีๆ ขึ้นก่อนเราถึงจะยอมมีความสุขเราบอกว่า ถ้าฉันถูกหวยฉันจะดีใจถ้าฉันหาย ป่วยฉันจะรู้สึกขอบคุณถ้าฉันมีแฟน ฉันจะรู้สึกรักเรายอมให้อารมณ์ของเราเป็น ปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมภายนอกเรา ยอมยอมให้โลกภายนอกควบคุมโลกภายใน แต่ผู้ที่เป็นตัวตนควันตัมผู้ที่เป็นผู้ เลือกอนาคตจะทำกระบวนการนี้ย้อนกลับค่ะ เขาจะไม่รอให้โลกภายนอกเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เขารู้สึกดีแต่เขาจะ เปลี่ยนความรู้สึกภายในเพื่อบังคับให้โลก ภายนอกเปลี่ยนแปลงตามเขาจะใช้จินตนาการ สร้างภาพอนาคตที่ต้องการขึ้นมาใน หัวแล้วใช้หัวใจสัมผัสถึงอารมณ์ของเหตุ การณ์ >> >> นั้นราวกับว่ามันได้เกิดขึ้นจริงแล้วใน ตอนนี้ลองหลับตาแล้วจินตนาการดูสิคะถ้า ตอนนี้ความฝันสุดๆของคุณเป็นจริง แล้วคุณจะรู้สึกอย่างไรไม่ใช่แค่คิดว่าดี ใจนะคะแต่ให้ลองถามใจตัวเองลึกๆว่ารสชาติ ของอารมณ์นั้นมันเป็นแบบไหนมันคือ ความรู้สึกโล่งใจที่ภาระหนี้สินหมด ไปใช่ไหมมันคือความรู้สึกปิติที่ได้เห็น รอยยิ้มของคนที่คุณรักใช่ไหม มันคือความรู้สึกทรงพลังที่ได้ยืนอยู่บน เวทีความสำเร็จใช่มยหรือมันคือความ รู้สึกสงบสุขที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เมื่อคุณจับความรู้สึกนั้นได้แล้วหน้าที่ ของคุณคือขยายความรู้สึกนั้นให้ ท่วมทนหัวใจให้มันแผ่ซ่านไปทุกอนูเซลล์ใน ร่างกาย จนกระทั่งร่างกายของคุณเริ่มสั่นสะเทือน ด้วยคลื่นตื้นความถี่ใหม่ในวินาทีนั้น แหละค่ะที่ปาฏิหาริย์เริ่มทำงาน เพราะร่างกายของเราแยกไม่ออกระหว่าง ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในโลกภาย นอกกับอารมณ์ที่เราสร้างขึ้นอย่างเข้มข้น ในโลกภายในเมื่อคุณรู้สึกถึงความสำเร็จ อย่างสุดซึ้งร่างกายจะเข้าใจว่า ความสำเร็จนั้นกำลังเกิดขึ้นหรือได้เกิด ขึ้นแล้วและมันจะเริ่มปรับเปลี่ยนโครง สร้างทางชีวภาพฮอร์โมนและระบบ ประสาทให้สอดคล้องกับความรู้สึกนั้นทันที นี่คือการล็อคเป้าหมายด้วยเข็มทิศ หัวใจเมื่อความคิดในสมองเจตจำนงที่ชัดเจน มาบรรจบกับความรู้สึกในหัวใจอารมณ์ ที่ยกระดับมันจะเกิดสภาวะที่เรียกว่าความ สอดคล้องของหัวใจและสมองหรือ heart brain coherence ในสภาวะนี้คลื่นพลัง งานที่คุณส่งออกไปจะเป็นคลื่นคลื่น เลเซอร์ที่มีพลังทะลุทะลวงสูงมันจะพุ่ง ตรงไปยังสนามควานตัมและไปกระตุ้นความเป็น ไปได้ที่คุณเลือกไว้ให้เริ่มก่อตัวเป็น ความจริงความลับที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือ อารมณ์ที่คุณใช้ล็อคเป้าหมายนั้นต้องเป็น อารมณ์ที่มีเคลื่อนความถี่สูงเสมอเช่น ความรักความจอยความปิติความซาบซึ้ง ใจหรือความสงบอารมณ์เหล่านี้เป็นอารมณ์ ของการสร้างสรรค์และเป็นอารมณ์ของ ความเป็นหนึ่งเดียวในขณะที่อารมณ์ความถี่ ต่ำเช่นความกลัวความโกรธความอิจฉาหรือ ความรู้สึกผิดเป็นอารมณ์ของการแบ่งแยกและ การเอาตัวรอดถ้าคุณพยายามสร้างอนาคตด้วย ความรู้สึกขาดแคลนเช่นอยากรวยเพราะกลัวจน หรืออยากมีแฟนเพราะเหงาจับใจคุณ กำลังส่งสัญญาณความถี่ต่ำออกไปซึ่งมันจะ ไปดึงดูดสถานะที่ทำให้คุณยิ่งรู้สึกขาด แคลนมากขึ้นแต่ถ้าคุณสร้างอนาคตด้วยความ มั่งคั่งจากภายในหรือรู้สึกรักตัวเองจน เต็มเปี่ยมคุณกำลังส่งสัญญาณความถี่สูง ที่จะไปดึงดูดความอุดมสมบูรณ์และความรัก ที่แท้จริงเข้ามาการฝึกใช้เข็มทิศหัวใจ นี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำแค่ครั้งเดียวแล้วจบ นะคะแต่มันคือการฝึกฝนที่จะรักษาระดับ อารมณ์นั้นไว้ให้ได้นานที่สุดเท่า ที่จะทำได้ในระหว่างวันคุณอาจจะเผลือหลุด กลับไปสู่อารมณ์เก่าๆเมื่อเจอกับปัญหารถ ติดหรือโดนเจ้านายตำหนินั่นเป็นเรื่อง ปกติค่ะอย่าเพิ่งโทษตัวเองหน้าที่ ของคุณคือการรู้ตัวให้เร็วแล้วพาใจกลับมา ที่ศูนย์กลางกลับมาที่ความรู้สึกของอนาคต ที่คุณเลือกไว้อีกครั้งคุณต้องฝึก ที่จะเป็นคนที่สุขก่อนสำเร็จเป็นคนที่ มั่งคั่งก่อนมีเงินและเป็นคนที่แข็งแรง แรงก่อนหายป่วยนี่ไม่ใช่การหลอกตัวเองนะ คะแต่นี่คือการใช้ชีวิตนำหน้าเวลาคือการ ประกาศเจตนงต่อจักรวาลว่านี่คือตัว ตนของฉันนี่คือเคลื่อนความถี่ของฉันและ ฉันจะไม่ยอมลดเพดานบินของฉันลงมาเกลือ กลั้วกับความทุกข์แบบเดิมๆอีกต่อไปเมื่อ คุณสามารถประคองอารมณ์ความรู้สึกของอนาคต ใหม่นี้ไว้ได้ต่อเนื่องคุณจะเริ่มสังเกต เห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณเอง คุณจะเดินด้วยท่าทางที่มั่นใจขึ้นแววตา ของคุณจะเป็นประกายมากขึ้นคำพูดของคุณจะ มีพลังมากขึ้นเพราะคุณไม่ได้เดินด้วยพลัง งานของคนที่กำลังตามล่าหาฝันแต่คุณ เดินด้วยพลังงานของคนที่เป็นความฝันนั้น เรียบร้อยแล้วคุณไม่ได้เป็นคนที่กำลังรอ คอยให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นแต่คุณเป็นคนที่ กำลังดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาหาตัวใน ทุกย่างก้าว และเมื่อเราพูดถึงการดึงดูดอนาคตเข้ามา สู่ปัจจุบันมีอารมณ์ชนิดหนึ่งที่ ถือว่าสุดยอดของตัวล็อคเป้าหมายเป็น อารมณ์ที่มีพลังในการข้ามมิติเวลาและเร่ง กระบวนการสร้างความจริงให้เร็วขึ้น อย่างน่าอัศจรรย์นั่นคืออารมณ์ของความ ซาบซึ้งใจหรือการขอบคุณคนทั่วไปมัก จะขอบคุณเมื่อได้รับของแล้วแต่ตัวตน ควันตัม จะขอบคุณล่วงหน้าก่อนที่ของจะมาถึงเพราะ การขอบคุณคือลายเซ็นทางพลังงานที่ บอกว่าฉันได้รับแล้วมันเกิดขึ้นแล้วใน ส่วนต่อไปเราจะมาเจาะลึกถึงเทคนิค การข้ามมิติเวลาด้วยพลังแห่งการขอบคุณ ล่วงหน้านี้กันค่ะว่าเราจะทำอย่าง ไรให้ใจเชื่อสนิทว่าความฝันนั้นเป็นจริง แล้วเพื่อเปิดประตูรับอนาคตให้ไหลบ่าเข้า มาสู่ปัจจุบันอย่างรวดเร็วและงดงามที่สุด ถ้าหากอารมณ์ความรู้สึกคือเชื้อเพลิงที่ ขับเคลื่อนความจริงให้ปรากฏขึ้นมาและหัว ใจคือเข็มทิศที่ล็อคเป้าหมายไปยังอนาคต ที่เราต้องการแล้วสิ่งที่จะเป็นเหมือน กุญแจดอกสุดท้าย ที่ไขรหัสผ่านของจักรวาลเพื่อดึงเอาอนาคต นั้นเข้ามาสู่ปัจจุบันขณะให้รวดเร็วที่ สุดก็คือพลังงานที่มีความถี่สูงสุดและ บริสุทธิ์ที่สุดนั่นคือพลังแห่งความซาบ ซึ้งใจหรือการรู้สึกขอบคุณ เราทุกคนถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าให้เรา รู้จักขอบคุณเมื่อมีใครทำอะไรให้ หรือเมื่อเราได้รับของขวัญเราคุ้นคายกับ รูปแบบของเหตุและผลที่เป็นเส้นตรงตามกาล เวลาคือต้องมีเหตุเกิดขึ้นก่อนต้องมีการ ได้รับ ก่อนแล้วผลลัพธ์คือความรู้สึกขอบคุณจึงจะ ตามมาทีหลังนี่คือวิถีชีวิตแบบปกติในโลก วัตถุที่เราต้องรอให้ความจริงปรากฏขึ้น ต่อหน้าเสียก่อนร่างกายถึงจะตอบสนองด้วย สารเคมีแห่งความสุขแต่ในโลกของควนตัม ในมิติที่เวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงจาก อดีตไปหาอนาคตแต่ทุกช่วงเวลาซ้อนทับกัน อยู่ในปัจจุบันกฎข้อนี้ถูกพลิกกลับด้าน อย่างสิ้นเชิงค่ะการรอคอยให้ความสำเร็จ เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยขอบคุณคือวิถี ของผู้รอคอยคือวิถีของผู้ที่เป็นเหยื่อ ของสถานการณ์ แต่สำหรับผู้สร้างหรือตัวตนควนตัม เราใช้วิธีขอบคุณล่วงหน้าเพื่อเป็นสาเหตุ ให้เกิดผลลัพธ์ทำไมการขอบคุณล่วงหน้าถึง มีพลังมหาศาลขนาดนั้นให้ลองจินตนาการดูนะ คะว่าสภาวะทางอารมณ์แบบไหนที่เราจะรู้สึก ขอบคุณได้อย่างสุดหัวใจมันคือสภาวะ ที่เรารู้สึกว่าเราได้รับแล้วใช่ ไหมคะเมื่อเราได้รับของขวัญเมื่อเราได้ รับการช่วยเหลือเมื่อเราหายป่วยเมื่อเรา ได้งานใหม่ความรู้สึกขอบคุณคือลาย เซ็นทางพลังงานที่ส่งสัญญาณบอกจักรวาลว่า กระบวนการเสร็จสิ้นแล้วฉันได้รับ แล้วมันเกิดขึ้นแล้วดังนั้นเมื่อคุณฝึก ที่จะรู้สึกขอบคุณล่วงหน้าต่อความ ฝันที่ยังมาไม่ถึงไม่ใช่แค่พูดคำว่า ขอบคุณเบาๆแต่เป็นการปลุกความรู้ สึกซาบซึ้งจนน้ำตาเอ่อล้นออกมาจากหัวใจ คุณกำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากในระดับพลัง งานคุณกำลังหลอกร่างกายและจิตใต้ สำนึกให้เชื่ออย่างสนิทใจว่าเหตุการณ์ใน อนาคตนั้นได้เกิดขึ้นแล้วในขณะนี้ จำได้มั้คะว่าร่างกายของเราแยกไม่ออก ระหว่างประสบการณ์จริงกับประสบการณ์ที่ สร้างขึ้นในใจเมื่อคุณรู้สึกขอบคุณ ร่างกายจะหยุดภาวะความเครียดหยุด การรอคอยและเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะของผู้ได้ รับหรือสภาวะแห่งการยอมรับโดยดุษนี มันคือการเปลี่ยนเคลื่อนความถี่จากความ ขาดแคลนซึ่งมักมาพร้อมกับการร้องขอไปสู่ ความอุดมสมบูรณ์ซึ่งมาพร้อมกับการ ขอบคุณลองสังเกตเวลาที่คุณสวดมนต์ขอพร หรือตั้งจิตอธิษฐานถึงสิ่งที่คุณต้องการ ดูสิคะบ่อยครั้งที่คำขอเหล่านั้น แฝงไปด้วยพลังงานของความกลัวและความไม่มี ขอให้ฉันรวยเถิดเพราะตอนนี้ฉันจนขอให้ฉัน หายป่วยเถิดเพราะตอนนี้ฉันเจ็บปวด ขอให้ฉันเจอรักแท้เถิดเพราะตอนนี้ฉันเหงา พลังงานที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดคือความ ไม่มีและจักรวาลก็จะตอบรับความไม่มีนั้น ด้วยการส่งความไม่มีมาให้เพิ่มอีกแต่ถ้า คุณเปลี่ยนใหม่เปลี่ยนจากการร้องขอเป็น การขอบคุณขอบคุณสำหรับความมั่งคั่งที่ กำลังหลั่งไหลเข้ามาขอบคุณร่างกายที่แข็ง แรงและธรงพลังขอบคุณความรักที่แสน อบอุ่นที่โอบล้อมรอบตัวฉัน คุณกำลังส่งเคลื่อนสัญญาณใหม่ที่บอกว่า ฉันมีแล้วฉันเต็มแล้วและจักรวาลก็ จะตอบรับด้วยการส่งสถานการณ์ที่สอดคล้อง กับความมีนั้นเข้ามาในชีวิตคุณการขอบคุณ ล่วงหน้าคือการก้าวกระโดดข้ามเวลามันคือ การดึงเอาประสบการณ์จากอนาคตมาสัมผัสใน ปัจจุบันเมื่อคุณขอบคุณคุณไม่ได้อยู่ใน การรอคอยอีกต่อไปเพราะคุณจะรอคอยสิ่งที่ คุณรู้สึกว่าคุณได้รับแล้วไปทำไมความรู้ สึกรอคอยจะมาลายหายไปความรู้สึกกดดันจะ หายไปเหลือเพียงความวางใจและความ ปิตินี่คือเคล็ดลับที่สำคัญที่สุดหากคุณ สามารถคงสภาวะของความซาบซึ้งใจนี้ ไว้ได้ตลอดทั้งวันไม่ใช่แค่ตอนนั่งสมาธิ แต่รวมถึงตอนที่คุณลืมตาเดินเหินทำ กิจกรรมต่างๆหากคุณสามารถมองไปที่บัญชี ธนาคารที่มีตัวเลขน้อยนิดแล้วยังคงรู้สึก ขอบคุณความมั่งคั่งได้หากคุณสามารถมองดู ร่างกายที่ยังเจ็บป่วยแล้วยังคงรู้สึก ขอบคุณสุขภาพที่แข็งแรงได้คุณกำลังอยู่ เหนือสิ่งแวดล้อมคุณกำลังอยู่เหนือ เวลาและคุณกำลังทำตัวเป็นแม่เหล็กที่ส่ง พลังที่สุดการฝึกขอบคุณล่วงหน้ายังเป็น การฝึกยอมจำนนและปล่อยวางการควบคุมในรูป แบบหนึ่งด้วยเพราะเมื่อคุณขอบคุณ แปลว่าคุณเชื่อใจคุณเชื่อว่าจักรวาลได้ รับคำสั่งซื้อของคุณแล้วและกำลังจัดส่งมา ให้เหมือนเวลาที่คุณสั่งของออนไลน์ คุณกดสั่งจ่ายเงินแล้วคุณก็ได้รับอีเมล ยืนยันคุณรู้สึกขอบคุณและดีใจล่วงหน้าไป แล้วทั้งๆที่ของยังมาไม่ถึงมือแต่คุณรู้ ว่ามันกำลังมาคุณไม่ไปนั่งเฝ้าหน้าบ้าน ด้วยความกระวนกระวายคุณไปใช้ชีวิต ของคุณต่ออย่างมีความสุขการสร้างอนาคตแบบ ควตัมก็เช่นกันค่ะสั่งแล้วขอบคุณ แล้วก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขรู้ว่ามัน กำลังเดินทางและที่ลึกซึ้งไปกว่า นั้นการขอบคุณคือการเปลี่ยนมุมมองของเรา ที่มีต่อชีวิตในปัจจุบันทันทีมันทำให้เรา มองเห็นความงามและโอกาส ที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรามีอยู่แล้วเรามัก จะคิดว่าเราจะขอบคุณได้ก็ต่อเมื่อเราได้ สิ่งที่ยิ่งใหญ่แต่ความจริงแล้วพลังงาน แห่งการขอบคุณเริ่มต้นจากสิ่งเล็กน้อยลม หายใจที่ยังเข้าออกแสงแดดที่ส่องผ่าน หน้าต่างน้ำดื่มสะอาดแก้วแรกของวัน เมื่อเราฝึกจูนคลื่นความถี่ของเราให้ตรง กับความซาบซึ้งใจในเรื่องเล็กๆน้อย ๆเหล่านี้สนามพลังงานของเราจะขยายตัวออก และพร้อมที่จะรองรับเรื่องราวที่ใหญ่กว่า มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมายที่ ยืนยันว่าการมีความรู้สึกขอบคุณจะช่วย เพิ่มระดับสารเคมีในร่างกาย ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น นี่คือหลัก >> >> ฐานทางกายภาพที่บอกว่าเมื่อจิตใจเดินทาง ไปสู่อนาคตที่ดีร่างกายก็จะเริ่ม เปลี่ยนแปลงตามไปในทันทีเพื่อเตรียมพร้อม เป็นภาชนะรองรับอนาคตนั้นคุณกำลังเปลี่ยน โครงสร้างทางชีวภาพของคุณเองด้วย ความคิดและความรู้สึกดังนั้นลองตื่นขึ้น มาในเช้าวันพรุ่งนี้แล้วแทนที่จะ ควานหาโทรศัพท์หรือคิดถึงเรื่องเครียดๆ ลองใช้เวลาสัก 2-3 นาทีนอนนิ่งๆแล้วสร้าง ความรู้สึกขอบคุณขึ้นมาขอบคุณเตียงนุ่มๆ ขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่และที่สำคัญ ขอบคุณสำหรับความฝันของคุณราวกับว่ามัน เป็นจริงแล้วจินตนาการเห็นภาพความ สำเร็จนั้นแล้วกล่าวขอบคุณจักรวาลขอบคุณ ตัวเองขอบคุณทุกสรรพสิ่งที่มีส่วนร่วม สัมผัสถึงคนลุกสู้ผู้ที่เกิดขึ้นสัมผัส ถึงน้ำตาแห่งความปิตินั่นล่ะค่ะคือวินาที ที่คุณได้เซ็นชื่อรับของจากจักรวาลเรียบ ร้อยแล้วแต่อย่างไรก็ตามดิฉันต้องบอกความ จริงข้อหนึ่งให้คุณทราบเพื่อที่คุณจะได้ ไม่ท้อใจกลางทางแม้ว่าแนวคิดเรื่องการ สร้างอนาคตด้วยการขอบคุณและการจินตนาการ จะฟังดูสวยงามและธงพลังเพียงใดแต่ ในทางปฏิบัติจริงการจะรักษาคลื่นพลังงาน ไว้ให้ได้ตลอดรอดฝั่งนั้นไม่ใช่เรื่อง ง่ายเลยมันมีความท้าทายที่ยิ่งใหญ่รอคอย คุณอยู่ความท้าทายนั้นไม่ได้มาจากภายนอก ไม่ได้มาจากคนรอดข้างหรือเศรษฐกิจแต่มัน มาจากภายในตัวคุณเองมันมาจากร่างกายของ คุณที่เสพติดความคุ้นเคยแบบเก่าๆ ร่างกายของเราเปรียบเสมือนสัตว์เลี้ยงที่ ถูกฝึกให้จดจำอารมณ์ด้านลบมานานหลายสิบปี มันเสพติดความเครียดเสพติดความ กังวลและเสพติดความรู้สึกว่าเป็นเหยื่อ เมื่อคุณพยายามจะเปลี่ยนมาคิดบวกหรือรู้ สึกขอบคุณร่างกายของคุณจะเริ่มประท้วงมัน จะรู้สึกอึดอัดมันจะส่งสัญญาณความ คิดลบๆกลับขึ้นมาที่สมองเพื่อล่อลวงให้ คุณกลับไปคิดเรื่องแย่ๆเพื่อที่มันจะได้ รับสารเคมีแห่งความทุกข์ที่มันคุ้นเคยอีก ครั้ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงตนเอง ถึงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็นมันคือสงคราม ระหว่างจิตใจที่ต้องการไปข้างหน้า กับร่างกายที่ต้องการฉุดรั้งไว้อยู่กับ ที่ในส่วนต่อไปเราจะมาเปิดเผยกลไก การทำงานของแรงโน้มถ่วงของอดีตนี้กันค่ะ เราจะมาทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์ เบื้องหลังการเสพติดอารมณ์ตัวเองและเรียน รู้วิธีที่จะเอาชนะความดื้อรั้นของร่าง กายเพื่อให้เราสามารถก้าวข้ามขีด จำกัดเดิมๆและกลายเป็นเจ้านายของชะตา ชีวิตตัวเองได้อย่างแท้จริงเตรียมตัวพบ กับการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดในการ เปลี่ยนผ่านสู่ตัวตนควนตัมกันค่ะและนี่ คือความจริงที่คุณต้องยอมรับก่อนที่จะ ก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางนี้หากคุณรู้สึก ว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเรื่องยาก เย็นแสนเขญรู้สึกว่ามีความพยายามมหาศาล ที่จะดึงคุณกลับไปสู่หลุมดำแห่งนิสัยเดิม ๆไม่ว่าคุณจะตั้งใจมั่นแค่ไหนก็ตามดิฉัน ฉันขอบอกให้คุณอุ่นใจตรงนี้เลยค่ะว่าคุณ ไม่ได้อ่อนแอคุณไม่ได้ไร้วินัยและคุณไม่ ได้ล้มเหลวแต่คุณกำลังเผชิญหน้ากับ ศัตรูที่มีพละกำลังมหาศาลศัตรูที่ซ่อนตัว อยู่อย่างแนบเนียนที่สุดนั่นคือร่างกาย ของคุณเองเรามักจะคิดว่าจิตใจหรือสมองของ เราเป็นเจ้านายที่คอยสั่งการร่าง กายแต่ในความเป็นจริงสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ ใช้ชีวิตด้วยโปรแกรมเดิมๆมานานหลาย สิบปีร่างกายต่างหากที่ทำหน้าที่เป็นเจ้า นายร่างกายได้กลายสภาพเป็นจิตใต้สำนึกที่ บันทึกจดจำอดีตเอาไว้อย่างแม่นยำ และมันจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอดีต นั้นไว้เพราะสำหรับร่างกายแล้วความ คุ้นเคยเท่ากับความปลอดภัยแม้ว่าความคุ้น เคยนั้นจะเป็นความทุกข์ระทมก็ตาม ลองมาทำความเข้าใจกลไกทางชีวภาพที่อยู่ เบื้องหลังเรื่องนี้กันสักนิดนะคะทุก ครั้งที่คุณมีความคิดไม่ว่าจะคิดดี หรือคิดร้ายสมองของคุณจะหลั่งสารเคมีออก มาเพื่อส่งสัญญาณไปบอกร่างกายให้ รู้สึกตามที่คุณคิดถ้าคุณคิดเรื่องเครียด สมองจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดถ้าคุณคิด เรื่องความโกรธสมองจะหลั่งสารเคมีแห่ง ความก้าวร้าวร่างกายของคุณมีหน้าที่รับ สารเคมีเหล่านี้และแสดงปฏิกิริยาตอบสนอง ออกมาเป็นอารมณ์ทีนี้ประเด็นสำคัญ มันอยู่ตรงนี้ค่ะเมื่อคุณคิดลบและรู้สึก แย่ติดต่อกันเป็นเวลานานเป็นเดือน เป็นปีร่างกายของคุณจะเริ่มเสพติดสารเคมี แห่งความทุกข์เหล่านั้นเซลล์นับล้านล้าน เซลล์ในตัวคุณจะปรับสภาพตัวรับ สัญญาณเพื่อรอคอยสารเคมีแห่งความโกรธความ กลัวหรือความรู้สึกผิดมันเหมือนกับ คนที่เสพติดยาเสพติดร่างกายต้องการยาโดส เดิมในปริมาณที่เท่าเดิมหรือมากขึ้น เรื่อยๆเพื่อให้มันรู้สึกเป็นปกติดังนั้น เมื่อคุณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความ ตั้งใจใหม่ว่าวันนี้ฉันจะเป็นคนใหม่วัน นี้ฉันจะมีความสุขวันนี้ฉันจะสร้างอนาคต ที่มั่งคั่งคุณเริ่มทำสมาธิคุณเริ่ม จินตนาการถึงสิ่งดีๆแต่ผ่านไปไม่ถึง 2 ช่โมงร่างกายของคุณเริ่มประท้วงมันเริ่ม รู้สึกขาดแคลนสารเคมีแห่งความ เครียดที่มันเคยได้ทุกคร้าวมันเริ่ม กระสับกระส่ายมันเริ่มส่งสัญญาณกลับไปที่ สมองว่านี่มันไม่ถูกต้องนี่มันไม่ ใช่ตัวเราทำไมวันนี้เงียบจังทำไมไม่มี เรื่องให้กังวลเลยเมื่อร่างกายส่งสัญญาณ ความไม่สบายใจนี้กลับไปที่สมองสมอง ของคุณก็จะเริ่มทำงานรับใช้ร่างกายทันที มันจะเริ่มขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตขุดคุ้ย ปัญหาหนี้สินขุดคุ้ยคำพูดแย่ๆของ เพื่อนร่วมงานหรือสร้างภาพเหตุการณ์เลว ร้ายในอนาคตขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้คุณเกิด ความรู้สึกกังวลหรือโกรธเกรี้ยวอีก ครั้งและเมื่อคุณเผือหลุดเข้าไปในวงจร ความคิดนั้นร่างกายก็จะได้รับสาร เคมีแห่งความทุกข์สมใจอยากและกลับเข้าสู่ สภาวะสมดุล แบบเดิมๆที่มันคุ้นเคยนี่คือวัฏจักรที่ น่ากลัวของการเป็นธาตุอดีตความคิดสร้าง ความรู้สึกและความรู้สึกสร้างความคิดวน เวียนเป็นวงกลมจนกระทั่งร่างกายจด จำอารมณ์ได้ดีกว่าที่สมองจดจำอนาคตคุณอาจ จะปรารถนาความมั่งคั่งด้วยจิตสำนึก รู้ตัวเพียงแค่ 5% แต่จิตใต้สำนึกหรือ ร่างกายอีก 95% ของคุณถูกโปรแกรมให้ยึด ติดอยู่กับความขาดแคลนนี่คือสงคราม ระหว่างจิตใจที่อยากไปทั้งหน้ากับร่างกาย ที่ฉุดร้างไว้ข้างหลังเปรียบเสมือน คุณกำลังขับรถไปข้างหน้าในขณะที่ยัง เหยียบเบรกจนมิดเท้าแรงต้านทานนี้ เองที่เราเรียกว่าแรงโน้มถ่วงของอดีตมัน คือแรงเฉื่อยที่พยายามรักษาสถานะเดิมเอา ไว้การจะเอาชนะแรงโน้มถ่วงนี้ได้คุณ ต้องใช้พลังงานที่มากกว่าปกติ มหาศาลในช่วงเริ่มต้นเหมือนกับจรวดที่ ต้องใช้เชื้อเพลิงมหาศาลเพื่อทะยาน หนีแรงดึงดึงดูดของโลกแต่เมื่อหลุดพ้น ชั้นบรรยากาศไปได้แล้วมันจะล่องลอยไปได้ อย่างง่ายดายช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด คือช่วงเวลาที่คุณเริ่มหยุดโปรแกรม เดิมคุณเริ่มหยุดบ่นหยุดนินทาหยุดกังวล หรือหยุดหาข้อแก้ตัวร่างกายของคุณจะเข้า สู่สภาวะ ลงแดงมันจะตะโกนบอกคุณผ่านเสียงในหัวว่า วันนี้ฉันไม่ไหววันนี้ฉันเหนื่อยเอาไว้ พรุ่งนี้ค่อยทำหรือมันยากเกินไปเธอทำไม่ ได้หรอกเสียงเหล่านี้ไม่ใช่ความ จริงแต่มันคือเสียงของร่างกายที่พยายามจะ เอาชนะจิตใจมันคือเสียงของอดีตที่กำลังจะ ตายและพยายามดิ้นรนเฮิกสุดท้ายหาก คุณเผลอเชื่อเสียงเหล่านั้นหากคุณยอมแพ้ และกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆคุณก็กำลังมอบ อำนาจกลับคืนให้ร่างกายคุณกำลัง กลับไปเป็นเหยื่อของสารเคมีในตัวเองและ อนาคตใหม่ที่คุณวาดฝันไว้ก็จะสลายกลาย เป็นเพียงหมอกควันแต่ถ้าคุณรู้ทันกลไกนี้ คุณจะมองเห็นว่าความอึดอัดกระวนกระวายใจ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่สัญญาณว่าคุณกำลัง ทำผิดทางแต่มันคือสัญญาณว่าการ เปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นจริงมันคือ สัญญาณว่าเซลล์เก่าๆในร่างกายกำลังถูก ทำลายและเซลล์ใหม่ๆกำลังถูกสร้างขึ้นมัน คือความเจ็บปวดของการลอกคราบ เมื่อคุณเข้าใจแบบนี้คุณจะไม่กลัวความรู้ สึกอึดอัดนั้นแต่คุณจะโอบกอดมันและบอกกับ ร่างกายของคุณอย่างอ่อนโยนแต่เด็ดขาดว่า ฉันรู้ว่าเธอต้องการอะไรแต่ตอนนี้ ฉันเป็นเจ้านายฉันเป็นคนเลือกและฉันเลือก ที่จะมีความสุขฉันเลือกที่จะเดินไปทางนี้ การฝึกฝนเพื่อเอาชนะร่างกายต้องอาศัย สติที่คมกริบคุณต้องจับตัวให้ได้ใน ทุกครั้งที่คุณเริ่มเผลอคิดลบหรือเริ่มมี อารมณ์ขุ่นมัวผุดขึ้นมาทันทีที่คุณรู้ตัว คุณต้องสั่งให้หยุดคุณต้องตัดวงจร นั้นทิ้งแล้วดึงจิตกลับมาที่ปัจจุบันกลับ มาที่ภาพอนาคตที่คุณต้องการสร้างคุณอาจจะ ต้องทำแบบนี้วันละเป็นร้อยเป็นพันครั้งใน ช่วงแรกแต่นี่คืองานที่แท้จริงของ การเปลี่ยนแปลงชีวิตมันเหมือนกับการฝึก ม้าป่าพยศร่างกายของคุณคือม้าป่าตัวนั้น มันเคยเคยวิ่งอิสระตามใจชอบมานาน มันเคยชินกับการตื่นตระหนกและวิ่งหนีเงา ตัวเองเมื่อคุณพยายามจะขึ้นขี่และ บังคับทิศทางมันเป็นครั้งแรกมันย่อมพยศดี ดิ้นและพยายามสะบัดคุณให้ตกแต่ถ้า คุณยืนหยัดอยู่บนหลังมันได้นานพอ ถ้าคุณใจเย็นพอและมั่นคงพอในที่สุดม้าป่า ตัวนั้นจะยอมจำนนและเมื่อมันยอมจำนนมันจะ กลายเป็นพาหนะที่ทรงพลังที่ ที่จะพาคุณควบทะยานไปสู่อนาคตที่คุณ ต้องการเมื่อคุณสามารถควบคุมร่าง กายไม่ให้ตกเป็นทาตุของอารมณ์ลบจากอดีต ได้คุณก็จะเป็นอิสระคุณจะเริ่มดึงพลังงาน ชีวิตที่เคยสูญเสียไปกับการรักษา ความทุกข์กลับคืนมาเป็นพลังงานสำหรับการ สร้างสรรค์คุณจะเปลี่ยนจากการดำรงชีวิต ด้วยความเครียดมาเป็นการดำรงชีวิต ด้วยพลังงานแห่งการสร้างสรรค์และเมื่อคุณ เริ่มมีชัยเหนือร่างกายเมื่อคุณ เริ่มทำให้ร่างกายสงบลงได้แล้วขั้นตอนต่อ ไปคือการป้อนข้อมูลใหม่หรือติดตั้ง ซอฟต์แวร์ใหม่ลงไปในระบบปฏิบัติการของคุณ เพื่อให้ร่างกายจดจำอนาคตได้ดีเท่า กับที่มันเคยจดจำอดีตวิธีการนั้น คือเทคนิคที่นักกีฬาเหรียญทองและบุคคล ระดับโลกใช้กันอย่างแพร่หลายมันคือเทคนิค ที่เรียกว่าการซ้อมใจ เราจะมาเรียนรู้วิวิธีการหลอกสมองและร่าง กายให้เชื่อว่าคุณได้กลายเป็นคนใหม่ คนนั้นแล้วเพื่อให้โครงสร้างทาง สมองและพันธุกรรมของคุณเปลี่ยนแปลงไป อย่างถาวรเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเข้าไป นั่งในห้องควบคุมจิตใจ และเขียนบทชีวิตบทใหม่ด้วยตัวคุณเองใน ส่วนต่อไปของการเดินทางค่ะเมื่อเราสามารถ สงบสึกกับร่างกายได้แล้วเมื่อม้า ป่าที่เคยพยศเรื่องยอมจำนนและนิ่งสงบลง ขั้นตอนต่อไปคือช่วงเวลาที่สำคัญ ที่สุดในการต้อนคำสั่งใหม่ให้กับชีวิต มันคือช่วงเวลาของการติดตั้งซอฟต์แวร์ชุด ใหม่ลงไปในฮาร์ดแวร์ที่ชื่อว่าสมองของเรา เพื่อเปลี่ยนให้ร่างกายและจิตใจกลายเป็น แผนที่ของอนาคตแทนที่จะเป็นเพียง บันทึกความทรงจำของอดีตเทคนิคที่เราจะใช้ ในขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคที่นักกีฬาระดับ โลกนักดนตรีอัอัจฉริยะและผู้ประสบความ สำเร็จมากมายใช้กันอย่างลับๆเพื่อสร้าง ความเป็นจริงของพวกเขานั่นคือ เทคนิคการซ้อมใจหลายคนอาจจะคิดว่าการซ้อม ใจก็คือการฝันกลางวันหรือการนั่ง จินตนาการเพ้อเจ้อถึงสิ่งที่อยากได้แต่ใน ทางวิทยาศาสตร์ทางสมอง 2 สิ่งนี้แตกต่าง กันอย่างสิ้นเชิงการฝันกลางวันมัก จะเป็นการหนีจากความจริงเพื่อไปหาความสุข ชั่วคราวแต่การซ้อมใจคือการจดจ่อ อย่างเข้มข้นมีเจตจำนงที่ชัดเจนเพื่อ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของสมอง จริงๆมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง ชิ้นหนึ่งที่แบ่งอาสาสมัครที่ไม่เคยเล่น เปียโนมาก่อนออกเป็น 2 กลุ่มกลุ่มแรกให้ ฝึกกดคีย์เปียโนจริงๆวันละ 2 ช่โมง เป็นเวลา 5 วันส่วนกลุ่มที่ 2 ให้มานั่ง หน้าเปียโนชเฉยๆโดยห้ามขยับนิ้วแต่ ให้หลับตาและจินตนาการ ว่าตัวเองกำลังเล่นเพลงเดียวกันนั้นอย่าง แม่นยำให้พวกเขารู้สึกถึงนิ้วที่สัมผัส ขี่ให้พวกเขาได้ยินเสียงเพลงในหัวและให้ พวกเขารู้สึกถึงอารมณ์ร่วมไปกับเพลงทำแบบ นี้วันละ 2 ชั่วโมงเท่ากันผลลัพธ์ที่ได้ สร้างความตกตะลึงให้กับวงการวิทยาศาสตร์ เพราะเมื่อนำสมองของคนทั้งสองกลุ่มมาสแกน ดูพบว่าสมองส่วนที่ควบคุมการ เคลื่อนไหวของนิ้วมือของทั้ง 2 กลุ่มมี การขยายตัวและสร้างเครือข่ายเส้นใยประสาท ใหม่ๆในรูปแบบที่เหมือนกันเกือบจะ 100% กลุ่มที่แค่ซ้อมในใจไม่ได้ขยับนิ้ว เลยแม้แต่นิดเดียวแต่สมองของพวกเขา กลับเปลี่ยนแปลงไปราวกับว่าพวกเขาได้ลง มือทำจริงๆ นี่คือหลักฐานที่ยืนยันกฎทองของระบบ ประสาทวิทยาที่ว่าสมองไม่สามารถแยกแยะ ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ตาเห็นในโลก เป็นจริงกับสิ่งที่ใจจินตนาการขึ้น อย่างเข้มข้นได้สำหรับสมองแล้วประสบการณ์ ทั้งสองอย่างนี้คือเรื่องเดียวกันและ เมื่อสมองแยกไม่ออกมันจึงเริ่มทำ การปรับสายไฟหรือสร้างวงจรประสาทใหม่ เพื่อรองรับประสบการณ์นั้นทันทีแม้ว่า ประสบการณ์นั้นจะเกิดขึ้นแค่ในความ คิดก็ตามการซ้อมใจจึงเป็นเครื่อง มือที่ทรนพลังที่สุดในการเตรียมร่างกาย และสมองให้พร้อมสำหรับการเป็นคน ใหม่ก่อนที่ประสบการณ์จริงจะมาถึงลองคิด ดูสิคะว่าถ้าคุณสามารถติดตั้งวงจร ประสาทของความมั่นใจความสุขหรือความมั่ง คั่งลงไปในสมองได้เสร็จศัพท์ตั้ง แต่ตอนที่คุณนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่บ้านพอ คุณลืมตาขึ้นมาแล้วออกไปใช้ชีวิต คุณก็จะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปคุณจะเดินพูด คิดและตัดสินใจโดยใช้วงจรประสาทชุดใหม่ นี้โดยอัตโนมัติคุณจะสวมบทบาทเป็น คนใหม่ได้อย่างแนบเนียนเพราะคุณได้ติด ตั้งระบบปฏิบัติการของคนๆนั้นลงไป เรียบร้อยแล้ววิธีการซ้อมใจที่ถูกต้องไม่ ใช่แค่การเห็นภาพปลายทางว่าคุณได้ รับถ้วยรางวัลหรือเห็นภาพเงินกองโตเท่า นั้นแต่คุณต้องซ้อมขั้นตอนของการ เป็นคนๆนั้นด้วยคุณต้องถามตัวเองว่าตัว ฉันในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเขาจะคิด อย่างไรเขาจะพูดอย่างไรเขาจะเดินอย่างไร และที่สำคัญที่สุดเขาจะตอบสนองต่อปัญหา อย่างไรลองหลับตาลงแล้วพาตัวเอง เข้าสู่สถานการณ์จำลองในหัวสมมุติว่า พรุ่งนี้คุณต้องไปเจอเจ้านายที่ชอบตำหนิ คุณ ตัวตนเก่าของคุณอาจจะเตรียมคำแก้ตัว เตรียมความโกรธหรือเตรียมความกลัวเอาไว้ แต่ในการซ้อมใจให้คุณลองสวมวิญญาณของตัว ตนใหม่ตัวตนที่มีความเมตตาและมีความมั่น คงทางอารมณ์ลองเห็นภาพตัวเองเดินเข้าไปใน ห้องประชุมด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายเห็นตัว เองยิ้มแย้มอย่างจริงใจและเมื่อได้ยินคำ ตำหนิเห็นตัวเองตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ นุ่มนวลแต่หนักแน่นโดยไม่เก็บเอาอารมณ์ลบ เหล่านั้นมาใส่ใจขณะที่คุณกำลังจินตนาการ ถึงฉากนี้คุณต้องสังเกตตัวเองด้วยว่าคุณ เผลอกลับไปใช้อารมณ์เก่าๆหรือไม่ถ้าคุณ รู้สึกโกรธขึ้นมานั่นแปลว่าคุณหลุดจากบท บาทแล้วให้หยุดก่อเทปกลับแล้วเล่นฉากนั้น ใหม่ในหัวซ้อมใหม่ซ้อมจนกว่าคุณจะสามารถ ผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ด้วยความรู้สึกที่ สงบและมีอำนาจเหนือกว่าจริงๆทุกครั้งที่ คุณทำแบบนี้คุณกำลังทำลายวงจรประสาทเก่า ที่ยึดติดกับความโกรธและคุณกำลังเชื่อม ต่อเซลล์ประสาทชุดใหม่ที่เกี่ยวกับความ เมตตาและความอดทนยิ่งขุนซ้อมบ่อย เท่าไหร่วงจรใหม่ก็จะยิ่งหนาแน่นและแข็ง แรงขึ้นเท่านั้นจนในที่สุดมันจะกลายเป็น นิสัยใหม่เป็นธรรมชาติใหม่ของคุณและเมื่อ คุณไปเจอเหตุการณ์จริงคุณจะไม่ต้อง พยายามอดทนอีกต่อไปแต่คุณจะเป็นคนที่มี ความอดทนไปโดยปรินิยายเพราะสมองของคุณได้ ถูกโปรแกรมมาแบบนั้นแล้วหลักการสำคัญของ การสร้างวงจรประสาทใหม่นี้คือกฎที่ว่า เซลล์ประสาทที่ถูกกระตุ้นพร้อมกันจะ เชื่อมต่อกันยิ่งคุณนำความคิดภาพใน หัวมาผนวกกับอารมณ์ความรู้สึกในใจได้ พร้อมกันบ่อยแค่ไหนการเชื่อมต่อก็ จะยิ่งเหนียวแน่นมากขึ้นเท่านั้นการซ้อม ใจที่ปราศจากอารมณ์ก็เหมือนกับการมีแค่ ฮาร์ดแวร์แต่ไม่มีไฟฟ้ามันทำงานไม่ได้ คุณต้องใส่อารมณ์ของความสำเร็จความ ภาคภูมิใจหรือความสุขลงไปในการซ้อมทุก ครั้งเพื่อเป็นกาวใจที่ยึดโยงโครง ข่ายประสาทเหล่านี้ไว้ด้วยกันการฝึกฝนนี้ เปรียบเสมือนการทำฟาร์มในสมองคุณกำลังถาง หญ้ารกๆของนิสัยเก่าๆทิ้งไปและกำลังหว่าน เมล็ดพันธุ์ของนิสัยใหม่ๆลงไปแทนที่หาก คุณซ้อมใจทุกวันวันละ 15 นาทีหรือ ครึ่งชั่วโมงคุณจะเริ่มสังเกตเห็นว่าโลก ภายนอกเริ่มเปลี่ยนไปตามโลกภายในของคุณ ผู้คนจะเริ่มทักว่าคุณดูสดใสขึ้น ปัญหาเดิมๆที่เคยทำให้คุณสติแตกกลับกลาย เป็นเรื่องเล็กน้อยที่คุณจัดการได้อย่าง ง่ายดายและโอกาสใหม่ๆจะเริ่มวิ่งเข้ามาหา คุณเพราะคุณได้เปลี่ยนคลื่นความถี่ที่คุณ ส่งออกมาจากสมองและหัวใจของคุณแล้วสิ่ง ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการซ้อมใจคือคุณ ไม่จำเป็นต้องรอให้รวย ถึงจะคิดแบบคนรวยได้คุณสามารถติดตั้งวงจร ประสาทของความคิดแบบเศรษฐีได้เลยตั้งแต่ วันนี้คุณไม่จำเป็นต้องรอให้หายป่วยก่อน ถึงจะมีความสุขได้คุณสามารถติดตั้ง วงจรประสาทของความมีชีวิตชีวาได้เลย เดี๋ยวนี้และเมื่อสมองและร่างกายของคุณ เชื่อว่าคุณเป็นคนๆนั้นแล้วสนามควันตัมก็ จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเรียง ความเป็นจริงภายนอกให้ตรงกับสิ่งที่คุณ เป็นอย่างไรก็ตามการจะเข้าถึงสภาวะที่ สมองสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้ดีที่ สุดหรือสภาวะที่จิตใต้สำนึกเปิดกว้างที่ สุดนั้นเราจำเป็นต้องพาตัวเองก้าวข้าม สิ่งรบกวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 3 อย่างใน ชีวิตมนุษย์นั่นคือร่างกายสิ่งแวด ล้อมและเวลาตราบใดที่เรายังยึดติดว่าฉัน คือร่างกายนี้ฉันนั่นอยู่ในห้องนี้และตอน นี้กี่โมงแล้วเราจะยังคงติดอยู่ใน มิติของวัตถุถูกหรือมิติที่ 3 ซึ่งเป็น มิติที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ช้าและ ยากลำบากเพื่อให้การซ้อมใจและการสั่งจิต มีพลังสูงสุดเราต้องพาจิตสำนิกของเราออก จากโลกแห่งวัตถุเข้าสู่โลกแห่งพลังงาน ล้วนๆเข้าสู่พื้นที่ว่างที่เป็นต้นกำเนิด ของทุกสรรพสิ่งเราต้องกลายเป็นไม่มีใคร ไม่ใช่ที่ไหนและไร้เวลาในส่วนต่อไปเราจะ มาเรียนรู้วิธีการเข้าสู่พื้นที่แห่งความ ไม่รู้หรือunnowนซึ่งเป็นจุดที่น่า กลัวสำหรับตัวตนเก่าแต่เป็นจุดที่ปลอดภัย ที่สุดสำหรับการกำเนิดตัวตนใหม่เรา จะมาดูกันว่าการวางใจในความมืดมิดและการ ละลายตัวตนให้กลายเป็นเพียงจุดของสติรู้ ตัวนั้นจะช่วยให้เราเข้าถึงแผงควบคุมหลัก ของชีวิตได้อย่างไรการที่เราจะเข้า ไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างสมองหรือติดตั้ง โปรแกรมชีวิตใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุดนั้นเปรียบเสมือนการที่เราต้องการ จะอัปเกรดระบบปฏิบัติการใน คอมพิวเตอร์เราไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ใน ขณะที่คอมพิวเตอร์กำลังเปิดโปรแกรมอื่นๆ ค้างไว้อีกเป็น 10 โปรแกรมเราไม่ สามารถเขียนโค้ดใหม่ได้ในขณะที่หน้าจอ กำลังเล่นหนังฟังเพลงหรือพิมพ์งานอยู่เรา จำเป็นต้องปิดโปรแกรมเหล่านั้นลง ก่อนเราต้องตัดการเชื่อมต่อจากความ วุ่นวายภายนอกเพื่อเข้าสู่ระบบหลังบ้าน หรือระบบปฏิบัติการหลักที่ควบคุม ทุกอย่างและในชีวิตจริงของมนุษย์พื้นที่ ระบบหลังบ้านนั้นคือพื้นที่ที่คนส่วนใหญ่ หวาดกลัวที่จะเข้าไปมากที่สุดนั่น คือพื้นที่แห่งความไม่รู้หรือความมืดมิด อันเวิ้งว้างทำไมเราถึงกลัวพื้นที่นี้ สาเหตุก็เพราะว่าตัวตนเดิมของเราหรือ อัตตาของเราถูกสร้างขึ้นและยึดโยง อยู่กับสิ่งที่เรารู้จักทั้งสิ้นเรารู้ ว่าเราชื่ออะไรเรารู้ว่าเราหน้าตา เป็นอย่างไรเรารู้ว่าเราทำงานที่ไหนเรา รู้ว่าใครชอบเราใครเกลียดเราและเรา รู้ว่าเรามีปัญหาอะไรบ้างสิ่งเหล่านี้คือ ข้อมูลที่ระบุตัวตนของเราในโลก กายภาพมันคือสมอเรือ 3 ตัวใหญ่ที่ ตรึงเราไว้กับความเป็นจริงแบบเดิมๆนั่น คือร่างกายสิ่งแวดล้อมและเวลาตราบใดที่ เรายังลืมตาตื่นและจดจ่ออยู่กับ ร่างกายเราจะรู้สึกถึงความปวดเมื่อยความ หิวหรือความต้องการทางเพศ ซึ่งจะดึงเรากลับไปสู่สัญชาตญาณพื้นฐาน ตราบใดที่เรายังมองเห็นสิ่งแวดล้อม เห็นห้องนอนเดิมๆเห็นคนที่คุ้นเคยเห็น โทรศัพท์มือถือสิ่งเหล่านี้จะทำ หน้าที่เป็นตัวกระตุ้นความทรงจำให้ เรานึกถึงอดีตนึกถึงปัญหาและนึกถึงตัวตน เดิมของเราและตราบใดที่เรายังกับเวลาว่า ตอนนี้กี่โมงแล้วเดี๋ยวจะไปทำงาน สายหรือเดี๋ยวจะต้องไปรับลูกเราก็จะถูก ขังอยู่ในเส้นเวลาที่เป็นเส้นตรงซึ่งทำ ให้เราเครียดและกดดันการจะก้าวเข้า ขีดจำกัดของตัวตนเดิมเพื่อไปสร้างตัวตน ใหม่ในระดับควนตัมเราต้องทำในสิ่งที่ ตรงกันข้ามกับสัญชาตญาณการเอาตัว รอดนั่นคือเราต้องตัดสมอเรือทั้ง 3 ตัวนี้ทิ้งไปเราต้องพาตัวเองเข้าสู่สภาวะ ที่เรียกว่าการไม่เป็นใครเลยไม่ได้อยู่ ที่ไหนและไร้กาลเวลาลองจินตนาการถึงการ หลับตาลงในห้องที่มืดสนิทและเงียบ สงัดวินาทีที่คุณตัดการรับรู้ทางปราสาท สัมผัสทั้งหมดออกไปโลกภายนอกจะ เริ่มเลื่อนหายไปในความมืดนั้นคุณมองไม่ เห็นร่างกายตัวเองคุณมองไม่เห็น ข้าวของเครื่องใช้คุณไม่รู้ว่าตอนนี้กลาง วันหรือกลางคืนหากคุณดำดิ่งลงไปลึกพอคุณ จะเริ่มลืมไปชั่วขณะชื่ออะไรคุณมีตำแหน่ง อะไรหรือคุณมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงสิ่งนั่นคือจิต สำนึกที่ตื่นรู้หรือดวงจิตบริสุทธิ์ที่ ล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่านี่คือจุดที่ เรียกว่าพื้นที่แห่งความไม่รู้หรือความ ว่างอันดำมืดสำหรับหลายคนสภาวะนี้เป็น สิ่งที่น่าอึดอัดและน่าหวาดหวั่น เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังสูญ เสียตัวตนเหมือนเรากำลังจะตายจากโลกใบนี้ ร่างกายที่เสพติดการมีตัวตนจะเริ่ม ประท้วงมันจะส่งความคิดฝูงซ่านเข้ามามัน จะทำให้เรารู้สึกคันยุกยิกหรือสึก กระวนกระวายเพื่อบีบให้เราลืมตาขึ้นมา กลับมาสู่โลกวัตถุที่มันคุ้นเคยกลับมา เป็นนายกอหรือนางสาวขอที่มีปัญหาชีวิต เหมือนเดิมแต่ถ้าคุณมีความกล้าหาญ พอที่จะนั่งนิ่งๆอยู่กับความอึดอัดนั้น ถ้าคุณสามารถก้าวข้ามความกลัวที่จะสูญ เสียตัวตนไปได้คุณจะพบกับความจริงที่ยิ่ง ใหญ่ที่สุดนั่นคือในความมืดมิดและความ ว่างเปล่านั้นไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คุณ คิดแต่มันคือความว่างที่อัดแน่นไปด้วย พลังงานมันคือต้นกำเนิดของแสงสว่าง มันคือพื้นที่ที่เป็นไปได้ทุกอย่างลองนึก ถึงเมล็ดพันธุ์พืชดูสิคะก่อนที่มันจะงอก งามเป็นต้นไม้ใหญ่มันต้องถูกฝังลงไปในดิน ที่มืดมิดก่อนมันต้องถูกตัดขาดจากแสงแดด ตัดขาดจากโลกภายนอกในความมืดนั้น เปลือกแข็งที่ห่อหุ้มเมล็ดไว้จะต้องแตก ออกตัวตนเดิมของเมล็ดพันธุ์ต้องสูญ สลายไปเพื่อให้ต้นอ่อนต้นใหม่ได้ถือ กำเนิดขึ้นชีวิตใหม่เริ่มต้นในความมืด เสมอทารกก็ก่อร่างสร้างตัวในครร มารดาที่มืดมิดจักรวาลก็ถือกำเนิดมาจาก ความว่างเปล่าดังนั้นพื้นที่แห่งความไม่ รู้จึงไม่ใช่พื้นที่แห่งความตายแต่เป็น พื้นที่แห่งการก่อกำเนิดการที่เราพาตัว เองเข้าไปอยู่ในความว่างเปล่าคือการพาตัว เองกลับไปสู่จุดศูนย์กลางของจักรวาลกลับ ไปเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่ยังไม่ถูกจำกัด ด้วยรูปทรงยังไม่ถูกจำกัดด้วยชื่อ เสียงเรียงนามและยังไม่ถูกจำกัดด้วยโรค ภัยไข้เจ็บในพื้นที่นี้คุณไม่ได้เป็นคน ป่วยคุณไม่ได้เป็นคนล้มเหลวคุณไม่ได้เป็น คนที่มีหนี้สินคุณเป็นเพียงสติรู้ตัวที่ มีอำนาจเหนือสะสาร นี่คือกฎเหล็กของการสร้างสรรค์ชีวิตใหม่ ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณต้องลืม ชีวิตคุณเป็นอยู่ไปชั่วขณะ คุณต้องถอดเสื้อคลุมแห่งตัวตนเก่าออกให้ หมดเพื่อที่คุณจะได้มีอิสระอย่างแท้จริง ที่จะเลือกสวมเสื้อคลุมตัวใหม่คุณ ไม่สามารถสร้างตัวตนใหม่ที่มั่งคั่งได้ใน ขณะที่คุณยังกอดตัวตนเก่าที่ยากจนไว้แน่น คุณต้องกล้าที่จะเป็นไม่มีใครเพื่อ ที่คุณจะได้เป็นอะไรก็ได้ความท้าทายคือ เรามักจะไม่ไว้วางใจในความไม่รู้ เราถูกสอนให้ต้องรู้ทุกอย่างต้องควบคุม ทุกอย่างต้องเห็นหนทางข้างหน้าชัด เจนเราถึงจะกล้าเดินแต่ในโลกควันตัมการ พยายามจะรู้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น อย่างไรหรือเมื่อไหร่คือการกลับไปใช้กฎ ของโลกวัตถุซึ่งจะทำให้กระบวนการสร้าง หยุดชะงัก การวางใจในความมืดมิดคือการเชื่อมั่นว่า แม้เราจะมองไม่เห็นทางด้วยตาเนื้อ แต่เรากำลังถูกโอบอุ้มด้วยสติปัญญาที่ ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรามันคือการล่องลอยไปใน มหาสมุทรแห่งความถี่โดยไม่ต้องพยายามว่าย น้ำเพียงแค่ดำรงอยู่และส่งสัญญาณความ ปรารถนาของเราออกไปเมื่อเราอยู่ในสภาวะ ที่เป็นจิตบริสุทธิ์คลื่นสัญญาณที่เราส่ง ออกไปจะมีความชัดเจนและธงพลังที่ สุดเพราะมันไม่มีคลื่นรบกวนจากความสงสัย ความกลัวหรือความทรงจำในอดีตมาเจือปน คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณเข้าถึงพื้นที่ นี้แล้วคุณจะสังเกตได้จากความรู้สึกที่ เปลี่ยนไปคุณจะรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่ เคยเป็นมาก่อนคุณจะรู้สึกว่าร่างกายของ คุณขยายออกไปจนไร้ขอบเขตคุณจะลืมเวลาคุณ อาจจะนั่งสมาธิไป 1 ช่โมงแต่รู้สึกเหมือน ผ่านไปแค่ 10 นาที หรือรู้สึกว่าเวลาหยุดนิ่งความกังวลที่มี ต่อปัญหาต่างๆจะดูเล็กลงจนแทบไม่มีความ หมายเพราะคุณได้ถอยออกมามองมันจากมุมมอง ของจิตวิญญาณที่กว้างใหญ่ไพศาลในสภาวะนี้ เองที่การซ้อมใจหรือการจินตนาการถึงอนาคต ที่คุณฝึกฝนมาจะทำงานได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพที่สุดเพราะเมื่อไม่มีร่างกาย มาคอยขัดขวางเมื่อไม่มีสิ่งแวดล้อมมาคอย เตือนความจำและเมื่อไม่มีเวลามาคอยบีบขัน จิตใต้สำนึกของคุณจะเปิดกว้างเต็ม ที่เพื่อรับข้อมูลใหม่คุณสามารถป้อน โปรแกรมความมั่งคั่งลงไปแล้วจิตใต้ สำนึกจะรับเอาไปทันทีโดยไม่ต่อต้าน เพราะมันไม่มีตรรกะของโลกความเป็นจริงมา ขัดค้านการฝึกฝนที่จะอยู่กับความไม่รู้ จึงเป็นการฝึกฝนที่จะผ่อนคลายลงในความไม่ แน่นอนแทนที่จะวิ่งหนีความไม่แน่นอนด้วย ความกลัวเรากลับวิ่งเข้าหามันด้วย ความตื่นเต้นเพราะเรารู้ว่าในความไม่รู้ นั้นมีสิ่งมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ สิ่งที่เรายังไม่เคยประสบพบเจอสิ่งที่ดี กว่าที่สมองอันจำกัดของเราจะคาดเดาได้ เมื่อคุณทำสิ่งนี้จนชำนาญคุณจะเริ่ม ใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริงด้วยท่า ทีที่เปลี่ยนไปคุณจะไม่ตื่นตระหนกเมื่อ เจอกับสถานการณ์ที่คุณควบคุมไม่ได้คุณจะ ไม่กระวนกระวายเมื่ออนาคตยังมาไม่ถึง เพราะคุณได้เรียนรู้ที่จะวางใจในความมืด มาแล้วคุณรู้ว่าในความมืดนั้นมี กระบวนการเติบโตทำงานอยู่เสมอคุณจะกลาย เป็นคนที่สามารถยืนอยู่ท่ามกลางความไม่ แน่นอนได้อย่างสง่างามแล้วเมื่อคุณได้วาง เมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตใหม่ลงไปในความว่าง เปล่านี้แล้วเมื่อคุณได้ส่งคลื่นสัญญาณ ที่ชัดเจนและตรงพลังออกไปจากจุด ศูนย์กลางของความเงียบสงบนี้แล้วสิ่งที่ เกิดขึ้นต่อไปคือกุญแจสำคัญที่จะบอกว่า คุณทำสำเร็จหรือไม่ นั่นคือจักรวาลจะเริ่มตอบรับสัญญาของคุณ จักรวาลไม่ได้ตอบรับด้วยเสียงพูดหรือข้อ ความทางโทรศัพท์แต่ตอบรับผ่านภาษาของ จักรวาลเองนั่นคือความบังเอิญที่ดูเหมือน จะบังเอิญจนเหลือเชื่อเหตุการณ์ต่างๆจะ เริ่มถูกจัดเรียงใหม่ฮู้คนหน้าใหม่ จะเดินเข้ามาสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจะเกิด ขึ้นเพื่อปูทางไปสู่สิ่งที่คุณได้ เลือกไว้ในความมืดมิดนั้นสิ่งเหล่านี้ เรียกว่าร่องรอยจากอนาคตมันคือขนม ปังที่จักรวาลโปรยไว้ตามทางเพื่อบอกคุณ ว่าคุณกำลังเดินมาถูกทางแล้วในส่วน ต่อไปเราจะมาเรียนรู้วิธีสังเกตและอ่าน สัญญาณเหล่านี้กันค่ะเราจะมาดูกัน ว่าเมื่อความจริงเริ่มสั่นคลอนและจัด เพรียงตัวใหม่มันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร และเราควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อพบ กับความบังเอิญที่ไม่ได้บังเอิญเพื่อให้ เราสามารถไหลไปตามกระแสทานแห่งการเปลี่ยน แปลงนี้ไปสู่จุดหมายได้อย่างราบ เรื่อนที่สุดเมื่อเราได้ทำหน้าที่ของเรา อย่างสมบูรณ์แล้วในโลกภายในเมื่อเราได้พา ตัวเองเข้าสู่ความมืดมิดแห่งความไม่รู้ ได้วางเมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนาลงไปและ ได้ปรับจูนคลื่นความถี่ของหัวใจให้ ตรงกับอนาคตที่เราต้องการแล้วสิ่งที่จะ เกิดขึ้นตามมาคือกระบวนการตอบสนองจาก จักรวาลเปรียบเสมือนเมื่อเราโยน ก้อนหินลงไปในน้ำที่นิ่งสนิทย่อมเกิด ระลอกคลื่นแผ่ขยายออกไปเป็นวงวงกว้าง คลื่นพลังงานที่เราส่งออกไปจากศูนย์กลาง ของจิตวิญญาณก็เช่นกันมันจะแผ่ขยายออกไป กระทบกับโครงสร้างของความเป็นจริงและ เริ่มจัดเรียงผู้คนเหตุการณ์และสถานการณ์ ต่างๆให้เคลื่อนที่เข้ามาหาเราในระยะนี้ คุณจะได้พบกับปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ ที่สุดในการเดินทางข้ามมิติควันตัม สิ่งนี้คือภาษาที่จักรวาลใช้สื่อสารกับ เราโดยตรงมันไม่ใช่เสียงที่ดังมาจากฟาก ฟ้าและไม่ใช่ตัวอักษรที่เขียนไว้บน ก้อนเมฆแต่มันมาในรูปแบบของความบังเอิญ ที่ดูเหมือนจะบังเอิญจนเหลือเชื่อความ บังเอิญที่ทำให้คุณต้องหยุดชะงัก และถามตัวเองว่าเป็นไปได้อย่างไรเรื่อง แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรทางจิตวิทยาและ จิตวิญญาณเรียกสิ่งนี้ว่าความบังเอิญที่ สอดคล้องหรือปรากฏการณ์ความบังเอิญที่มี ความหมายมันคือการที่โลกภายนอก เริ่มสะท้อนโลกภายในของคุณออกมาให้เห็น เป็นรูปธรรมมันคือร่องรอยจากอนาคต ที่กำลังเดินทางย้อนกลับมาหาคุณใน ปัจจุบันเพื่อยืนยันว่าสัญญาณที่ คุณส่งออกไปนั้นชัดเจนและได้รับการตอบรับ แล้วลองจินตนาการดูนะคะว่าคุณเพิ่ง จะซ้อมใจและจินตนาการถึงการได้ทำงานใน บริษัทในฝันอย่างเข้มข้นเมื่อเช้านี้พอตก บ่ายคุณเดินไปซื้อกาแฟ แล้วบังเอิญได้ยินคนที่ยืนต่อแถวอยู่ข้าง หน้าคุยโทรศัพท์ถึงตำแหน่งงานว่างใน บริษัทนั้นพอดีหรือคุณกำลังคิดถึงเพื่อน เก่าคนนึงที่คุณไม่ได้คุยด้วยมา เป็น 10 ปีจู่ๆโทรศัพท์ของคุณก็ดังขึ้น และเป็นชื่อของเขาปรากฏบนหน้าจอหรือคุณ กำลังต้องการคำตอบสำหรับปัญหาชีวิต บางอย่างแล้วคุณก็เปิดวิทยุไปเจอดีเจพูด ประโยคที่ไขข้อข้องใจของคุณได้พอดี เป๊ะเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่ใช่เรื่อง ฟลุกและไม่ใช่ความบังเอิญแบบไร้ทิศ ทางแต่มันคือการจัดเรียงตัวใหม่ของสนาม พลังงานเมื่อคุณเปลี่ยนคลื่นความถี่ของ ตัวเองคุณได้ย้ายตัวเองจากเส้นเวลาเดิมไป สู่เส้นเวลาใหม่และในเส้นเวลาใหม่ นั้นมีเหตุการณ์ชุดใหม่รอคุณอยู่สิ่งที่ คุณพบเจอคือหลักฐานของการย้ายมิติ นั้นความลับที่สำคัญมากในการสังเกต ปรากฏการณ์นี้ก็คือความบังเอิญเหล่านี้ มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกประหลาด ใจเสมอทำไมต้องประหลาดใจก็เพราะว่าถ้าคุณ สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะเกิดขึ้น อย่างไรหรือเกิดขึ้นเมื่อไหร่นั่นแปลว่า มันยังคงอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดิมๆของอดีต มันยังอยู่ในกรอบของสิ่งที่คุณรู้ อยู่แล้วแต่การสร้างอนาคตใหม่แบบควนตัม คือการสร้างสิ่งที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้นวิธีการที่จักรวาลส่งมาให้ คุณจึงต้องเป็นวิธีการที่คุณนึกไม่ถึงคาด เดาไม่ได้และทำให้คุณรู้สึกตื่น เต้นจนขนลุกความรู้สึกประหลาดใจและตื่น เต้นนี้ล่ะค่ะคือลายเซ็นของจักรวาลมันคือ สัญญาณบอกว่าคุณได้ก้าวข้ามขีดจำกัด ของตัวตนเดิมออกมาแล้วคุณกำลังเดิน อยู่ในดินแดนใหม่ที่คุณไม่คุ้นเคยแต่เป็น ดินแดนที่อุดมไปด้วยปาฏิหาริย์อย่างไรก็ ตามกับดักที่คนส่วนใหญ่มักมักจะพลาดใน ขั้นตอนนี้คือการพยายามใช้ตรรกะแบบ เดิมๆมาอธิบายความบังเอิญเหล่านั้นเรามัก จะรีบปัดมันทิ้งด้วยคำว่าอ๋อก็แค่บังเอิญ น่ะโลกลมเฉยๆหรอกหรือคิดไปเองน่าการที่ เราใช้ตรรกะมาหักล้างความมหัศจรรย์คือการ ที่เรากำลังปฏิเสธการตอบรับจาก จักรวาลเรากำลังปิดประตูกั้นไม่ให้พลัง งานนั้นไหลเข้ามาต่อเรากำลังกลับไปเป็น ผู้สังเกตแบบวัตถุนิยมที่เชื่อว่าโลกนี้ แยกขาดจากตัวเราแต่ผู้ที่เป็นตัวตน ควอนตัมจะทำสิ่งที่ตรงกันข้ามเมื่อเขาเจอ ความบังเอิญแม้เพียงเล็กน้อยเขาจะหยุดและ ให้ความสนใจกับมันทันทีเขาจะรับรู้ด้วย สติปัญญาว่านี่คือการตอบสนองจากสนามพลัง งานเขาจะรู้สึกขอบคุณและตื่นเต้นเขาจะบอก กับตัวเองว่าดูสิมันได้ผลจักรวาลกำลังคุย กับฉันฉันกำลังมาถูกทางแล้วการให้ความสน ใจและการใส่พลังงานแห่งความซาบซึ้งใจลงไป ในเหตุการณ์เหล่านั้นเปรียบเสมือนการเติม เชื้อไฟให้กับกระบวนการสร้างความจริงยิ่ง คุณสังเกตเห็นความบังเอิญมากเท่าไหร่และ ยิ่งคุณรู้สึกตื่นเต้นไปกับมันมากแค่ไหน คุณก็จะยิ่งดึงดูดความบังเอิญที่ใหญ่ขึ้น ชัดเจนขึ้นและมหัศจรรย์ยิ่งขึ้นเข้ามาใน ชีวิตเหมือนกับการเล่นเกมล่าสมบัติเมื่อ คุณเจอคำใบ้แรกแล้วคุณดีใจคุณ กระตือรือร้นที่จะหาต่อคุณก็จะเจอคำใบ้ ที่ 2 ที่ 3 และสุดท้ายมันจะพาคุณไปเจอ ขุมทรัพย์อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากเมื่อ คุณเริ่มเห็นร่องรอยจากอนาคตเหล่านี้คือ การระวังไม่ให้กลับไปควบคุมวิธีการเรามัก จะตกม้าตายตรงนี้ค่ะพอเราเห็นสัญญาณดีๆ เข้าหน่อยอีโก้หรือตัวตนเดิมของเราจะ เริ่มกระโดดเข้ามาจัดการทันทีมันจะ เริ่มวางแผนว่าโอเคถ้าเจอเพื่อนคนนี้แล้ว ฉันต้องพูดแบบนี้ฉันต้องทำแบบนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ฉันต้องการฉัน ต้องบีบให้มันเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้การพยายาม ควบคุมวิธีการคือการกลับไปใช้พลัง งานของสะสารพลังงานของความพยายามที่ฝืน ธรรมชาติซึ่งเราได้คุยกันไปแล้วว่ามัน เป็นพลังงานที่เชื่องช้าและจำกัดจำไว้ เสมอนะคะว่าหน้าที่ของคุณคือการกำหนดเป้า หมายคือภาพอนาคตและความรู้สึกศึกส่วนหน้า ที่ของจักรวาลคือการจัดการวิธีการและราย ละเอียดถ้าคุณพยายามไปแย่งหน้าที่จักรวาล คุณกำลังขัดขวางกระบวนการไหลลื่นของพลัง งานคุณอาจจะไปบังคับให้เหตุการณ์เกิดขึ้น ได้จริงแต่คุณอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ เล็กกว่าที่ควรจะเป็นหรืออาจจะต้อง เหนื่อยสายตัวแทบขาดกว่าจะได้มาแต่ถ้าคุณ ยอมถอยออกมาและปล่อยให้ความบังเอิญ นำทางคุณไปเหมือนกับการลอยตัวไปตามกระแส น้ำคุณอาจจะถูกพัดพาไปในทิศทางที่คุณไม่ เคยคิดฝันแต่ปลายทางนั้นมักจะงดงาม และยิ่งใหญ่กว่าที่คุณจินตนาการไว้เสมอ ร่องรอยจากอนาคตเหล่านี้บางครั้ง อาจ ไม่ชอบใจในตอนแรกก็ได้นะคะเช่นการตกงาน กระทันหัน การเลิกราที่เจ็บปวดหรืออุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆในมุมมองของคนทั่วไปนี่คือเรื่องโชค ร้ายแต่ในมุมมองของควนตัมนี่อาจ เป็นความบังเอิญที่จักรวาลจัดฉากขึ้น เพื่อเขย่าให้คุณหลุดออกจากวิถีชีวิตเดิม ๆที่ไม่ตอบโจทย์จิตวิญญาณของคุณอีกต่อไป เพื่อเปิดทางให้สิ่งใหม่ที่คุณ ปรารถนาได้เข้ามาหากคุณยึดมั่นในภาพอนาคต ใหม่ที่คุณสร้างไว้และยังคงรักษา อารมณ์ความรู้สึกที่ยกระดับไว้ได้แม้จะ เจอเหตุการณ์ที่ดูเหมือนแย่คุณจะมองเห็น ว่านี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการรื้อถอน ของเก่าเพื่อสร้างของใหม่คุณจะไม่ตีโพยตี พายแต่คุณจะถามตัวเองว่าเหตุการณ์นี้ กำลังพาฉันไปสู่อนาคตที่ฉันเลือกได้อย่าง ไรและมองหาโอกาสที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตนั้น การใช้ชีวิตในช่วงเวลานี้จึงเหมือนกับ เป็นนักสืบหรือนักผจญภัยที่ตื่นตัวอยู่ เสมอคุณจะตื่นขึ้นมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ ว่าวันนี้จักรวาลจะเซอร์ไพรส์อะไรฉันอีก วันนี้ฉันจะเจอความบังเอิญแบบไหนอีกคุณจะ เริ่มมองเห็นความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ ที่คนอื่นมองไม่เห็นคุณจะเห็นว่าเพลงที่ ได้ยินป้ายโฆษณาที่เห็นหรือบทสนทนาที่ได้ ฟังล้วนเป็นจิ๊กซอชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ กำลังประกอบกันเป็นภาพใหญ่ของชีวิตคุณการ ไหลไปตามร่องรอยเหล่านี้ต้องอาศัยความ กล้าหาญความกล้าที่จะทำตามสัญชาตญาณความ กล้าที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้าความกล้าที่ จะไปในที่ที่ไม่เคยไปหรือความกล้าที่จะ ลองทำสิ่งที่ดูเหมือนไร้เหตุผลเพียงเพราะ คุณรู้สึกว่ามันใช่เมื่อคุณทำตาม การนำทางนี้คุณจะพบว่าชีวิตของคุณเริ่ม ลื่นไหลอย่างประหลาดประตูต่างๆเปิดออก ต้อนรับคุณอุปสรรคต่างๆคลี่คลายไปเองและ คุณจะไปถึงจุดหมายโดยใช้แรงน้อยที่ สุดนี่คือวิถีแห่งการสร้างสรรค์แบบร่วม มือกันระหว่างคุณกับจักรวาล คุณเป็นผู้ส่งคำขอจักรวาลเป็นผู้จัด และความบังเอิญคือเส้นทางขนส่งหน้าที่ของ คุณคือเปิดประตูรับพัสดุนั้นด้วยความยิน ดีไม่ว่ากล่องพัสดุจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ก็ตามเมื่อคุณฝึกฝนจนชำนาญคุณจะเริ่ม ตระหนักว่าแท้จริงแล้วเส้นแบ่งระหว่างโลก ภายในคอเซปความคิดความรู้สึกกับโลก ภายนอกเป็นจริงมันบางเบาจนแทบไม่มีอยู่ จริงสิ่งที่คุณรู้สึกข้างในมันสะท้อนออก มาข้างนอกแทบจะทัน ชีวิตของคุณจะกลายเป็นการเต้นรำที่ สอดประสานกันอย่างงดงามระหว่างเจตจำนงของ คุณกับการตอบสนอนของจักรวาลและเมื่อมาถึง จุดนี้จุดที่คุณรู้แล้วว่าคุณมีอำนาจใน การกำหนดชะตาชีวิตจุดที่คุณรู้วิธีการใช้ ความคิดและอารมณ์เพื่อดึงดูดอนาคต และจุดที่คุณรู้วิธีอ่านสัญญาณตอบรับจาก จักรวาลสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่คือการนำ เอาองค์ความรู้ทั้งหมดนี้มาหลอมรวมเข้า กับวิถีชีวิตประจำวันของคุณไม่ใช่แค่ทำ เป็นพิธีกรรมตอนเช้าหรือตอนก่อนนอนแต่คือ การเป็นคนๆนั้นในทุกลมหายใจเราจะ ก้าวเข้าสู่บทสรุของการเดินทางในครั้งนี้ ด้วยการเรียนรู้วิธีการตื่นรู้ในร่างใหม่ การใช้ชีวิตเดินดินกินข้าวในฐานะ ผู้เลือกไม่ใช่ผู้ถูกเลือกการรักษาสภาวะ ควนตัมให้เสถียรท่ามกลางความ วุ่นวายของโลกและการยืนหยัดในพลังอำนาจ ของตนตนเองอย่างสมบูรณ์เพื่อให้ชีวิตที่ เหลืออยู่ของคุณเป็นตำนานที่คุณเขียนขึ้น เองด้วยมือของคุณในส่วนสุดท้ายเรา จะมาขมวดปมทุกอย่างเข้าด้วยกันเพื่อให้ คุณพร้อมที่จะก้าวออกไปเป็นผู้สร้างสรรค์ ชีวิตที่แท้จริงเมื่อเราได้เดินทาง มาถึงจุดนี้จุดที่เราเข้าใจกลไกการทำงาน ของจักรวาลภายในอย่างถ่องแท้เราได้เรียน รู้ที่จะดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดเพื่อวาง เมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนา เราได้เรียนรู้ที่จะใช้หัวใจเป็นเข็มทิศ นำทางและเราเริ่มมองเห็นร่องรอยจากอนาคต ที่จักรวาลส่งกลับมาตอบรับขั้นตอน สุดท้ายนี้คือบทสรุปที่สำคัญที่สุดของการ เปลี่ยนผ่านจากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ จริงมันคือช่วงเวลาแห่งการนำเอาตัว ตนควันตัมที่เราสร้างขึ้นในสมาธิออกมา เดินเหินออกมาใช้ชีวิตและออกมาหายใจร่วม กับเราในโลกความเป็นจริงหลายคนมัก จะทำได้ดีเยี่ยมในช่วงเวลาที่นั่งหลับจา ทำสมาธิในห้องที่เงียบสงบเราสามารถรู้สึก ถึงความมั่งคั่งความสุขและความรักได้ อย่างท่วมทั่ง พระเจ้าผู้สร้างจักรวาลในห้วงภวังค์นั้น แต่ทันทีที่เราลืมตาขึ้นทันทีที่เท้า พื้นทันทีที่เสียงลายเด้งเตือนหรือทันที ที่เจอลูกกวนใจเราก็มักจะเผลอทิ้งตัวตน ที่ยิ่งใหญ่นั้นไปแล้วกลับไปสวมร่างเดิม สวมนิสัยเดิมและตอบสนองต่อโลกด้วยอารมณ์ เดิมๆอย่างรวดเร็วราวกับว่าตัวตนควานตัม นั้นเป็นเพียงเสื้อคลุมสวยหรูที่เราใส่ ได้แค่ในห้องนอนแต่ไม่กล้าใส่เดินออกไป ข้างนอกการตื่นรู้ในร่างใหม่คือศิลปะของ การรักษาระดับพลังงานและความตระหนักรู้ ที่เราสร้างไว้ภายในให้คงอยู่ต่อเนื่อง แม้ในขณะที่เรากำลังลืมตาตื่นมันคือการ ใช้ชีวิตประจำวันด้วยสติปัญญาของผู้เลือก ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำลองจินตนาการดูนะ คะว่าถ้าคุณตื่นขึ้นมาในเช้าวันพรุ่งนี้ แล้วคุณตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่ลุกจาก เตียงในฐานะคนเดิมที่มีปัญหาเดิมๆแต่คุณ จะลุกขึ้นในฐานะคนใหม่ที่มีอนาคตใหม่รอ อยู่คุณจะก้าวเท้าลงจากเตียงเพียงอย่างไร ท่าทางการเดินไปห้องน้ำของคุณจะเป็นแบบ ไหนคุณจะแปรงฟันด้วยความรีบเรร่ง เหมือนเดิมหรือจะแปลงด้วยความละเมียดละไม ของคนที่รักตัวเองคุณจะเลือกเสื้อผ้าแบบ ไหนคุณจะทักทายคนในบ้านด้วยน้ำเสียงแบบ ไหนทุกการกระทำเล็กๆน้อยเหล่านี้ไม่ใช่ เรื่องไร้สาระแต่มันคือการประกาศตัวตนต่อ สนามพลังงานถ้าคุณบอกว่าคุณอยากเป็นคนที่ มั่งคั่ง แต่คุณยังเดินห่อไหล่กินข้าวด้วย ความกังวลและบ่นเรื่องค่าไฟแพงคุณกำลัง ส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันเองร่างกายของคุณ กำลังตะโกนบอกจักรวาลว่าฉันยังเป็นคนจนคน เดิมนะและจักรวาลก็จะตอบสนองต่อสิ่งที่ คุณเป็นไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากเป็น ดังนั้นการเดินดินในฐานะผู้เลือกคือการ ที่คุณต้องสวมบทบาทเป็นคนใหม่นั้นให้ได้ ตลอดเวลาเหมือนนักแสดงระดับโลกที่ ไม่ยอมหลุดออกจากบทบาทไม่ว่าจะเกิดอะไร ขึ้นในฉากถ้าคุณเลือกที่จะเป็นคนที่มี สุขภาพดีแม้ว่าตอนนี้ร่างกายจะยังเจ็บปวด แต่คุณต้องถามตัวเองว่าคนสุขภาพดีเขาจะ คิดอย่างไรกับอาการนี้เขาจะดูแลตัว เองอย่างไรเขาจะมีความหวังแบบไหนแล้วคุณ ก็ทำแบบนั้นคิดแบบนั้นรู้สึกแบบนั้นความ ท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในขั้นนี้คือการ รับมือกับโลกความจริงที่ยังไม่เปลี่ยน แปลงทันทีทันใดคุณอาจจะเดินออกจากบ้าน ด้วยพลังงานของเศรษฐีแต่พอเปิดกระเป๋า สตางค์มาเจอเงิน 100 บาทหรือเปิดบินค่า ใช้จ่ายที่กองอยู่บนโต๊ดความจริงตรงหน้า มันช่างโหดร้ายและคอยจะกระชากคุณกลับไป สู่ความรู้สึกขาดแคลนแบบเดิมนี่คือ จุดวัดใจค่ะในโลกของควนตัมเราเรียกสิ่ง นี้ว่าช่องว่างของเวลาหรือความล่าช้าของ สสาร พลังงานเปลี่ยนเร็วแต่สสารเปลี่ยนช้าสิ่ง แวดล้อมรอบตัวคุณตอนนี้คือเงาของอดีตมัน คือผลลัพธ์ของความคิดและการกระทำ เก่าๆของคุณที่ยังหลงเหลืออยู่ถ้าคุณเผลอ ไปมีปฏิกิริยาตอบโต้กับมันด้วยอารมณ์เก่า ๆเช่นเห็นบินค่าไฟแล้วเครียดเห็น เงินน้อยแล้วหดหู่คุณกำลังเติม เชื้อไฟให้กับอดีตนั้นมีชีวิตต่อไปคุณ กำลังต่ออายุให้กับความขาดแคลนแต่ผู้ เลือกที่ตื่นรู้จะมองเห็นความจริง ตรงหน้าเป็นเพียงข่าวเก่าเขาจะมองดูเงิน 100 บาทในกระเป๋าด้วยความเข้าใจว่านี่ คือผลลัพธ์ของตัวชั้นคนเก่าไม่ใช่ คนใหม่เขาจะไม่ยอมให้อดีตมักกำหนด อารมณ์ในปัจจุบันเขาจะยังคงรักษาความรู้ สึกมั่งคั่งและขอบคุณเงิน 100 บาทนั้นราว กับว่ามันเป็นเมล็ดพันธุ์ของเงินล้าน เขาจะยืนหยัดอยู่ในความรู้สึกของ อนาคตแม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่ฉายภาพนั้น ให้เห็นต่อไปนี่คือความหมายที่แท้จริงของ คำว่าศรัทธาศรัทธาไม่ใช่การเชื่อในสิ่ง ที่เห็นแต่คือการเชื่อในสิ่งที่ยังมองไม่ เห็นและยืนหยัดในความเชื่อนั้นจนกว่ามัน จะปรากฏเป็นจริงเมื่อคุณทำแบบนี้ได้คุณ กำลังตัดวงจรแห่งกรรมเก่าและกำลังปูทาง ให้กับกรรมใหม่หรือการสร้างสรรค์ ใหม่การใช้ชีวิตแบบผู้เลือกยังหมายถึงการ เลิกโทษสิ่งผ่าภายนอกอย่างเด็ดขาดคุณจะ เลิกพูดว่าฉันโกรธเพราะเขาพูดไม่ดีหรือ ฉันเศร้าเพราะเศรษฐกิจแย่เพราะคำ พูดเหล่านี้คือคำพูดของเหยื่อที่มอบอำนาจ ให้สิ่งอื่นมาควบคุมความรู้สึกตัวเองแต่ ผู้เลือกจะพูดว่าฉันเลือกที่จะรู้สึกสงบ แม้สถานการณ์จะวุ่นวายหรือฉันเลือกที่จะ มองเห็นโอกาสแม้คนอื่นจะเห็นแต่วิกฤต คุณคือผู้ถือรีโมทโทรลของชีวิตตัว เองคุณมีสิทธิ์ติดเลือกช่องสัญญาณอารมณ์ ที่คุณอยากจะดูคุณไม่จำเป็นต้องดูช่อง ดราม่าที่สังคมยัดเยียดให้แต่คุณสามารถกด เปลี่ยนช่องไปดูช่องความสุขช่องแรงบันดาล ใจหรือช่องความรักได้เสมอไม่ว่าข้างนอกจะ เกิดอะไรขึ้นก็ตามการรักษาสภาวะนี้ไว้ให้ ได้ตลอดวันอาจฟังดูเหนื่อยยากในช่วงแรก แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันเหนื่อยน้อยกว่าการ ใช้ชีวิตแบบเดิมที่เต็มไปด้วยความกังวล และความกลัวหลายเท่าและเมื่อคุณทำมันจน กลายเป็นธรรมชาติ คุณจะพบว่าชีวิตของคุณกลายเป็นการไหลลื่น ที่งดงามคุณจะกลายเป็นแม่เหล็กเดินได้ที่ ดึงดูดแต่สิ่งดีๆเข้ามาผู้คนจะสงสัยว่า ทำไมคุณถึงดูมีความสุขจังทำไมคุณ ถึงดูมีออร่าที่เปล่งประกาย นั่นเพราะคุณไม่ได้ส่องสว่างจากแสงไฟภาย นอกแต่คุณกำลังส่องสว่างจากเตาปฏิกรพลัง งานควันตัมภายในใจคุณเองและเมื่อถึงเวลา ที่เหมาะสมเมื่อพลังงานภายในของคุณเข้ม ข้นจนถึงขีดสุดและสอดคล้องกับภาพ อนาคตอย่างสมบูรณ์ความจริงภายนอกจะต้าน ทานไม่ไหวมันจะต้องยอมจำนนและ เปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาให้ตรงกับสิ่ง ที่คุณเป็นปาฏิหาริย์จะกลายเป็นเรื่อง ปกติความโชคดีจะกลายเป็นกิจวัตรและ คุณจะตระหนักรู้ในวินาทีนั้นว่าคุณไม่ใช่ แค่เศษผงธุลีในจักรวาลแต่คุณคือ จักรวาลที่กำลังแสดงตัวตนในร่างมนุษย์การ เดินทางสู่การเป็นตัวตนควันตัมนี้ไม่ใช่ จุดหมายปลายทางที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นวิถีชีวิตเป็นการฝึกฝนที่ไม่มีวัน สิ้นสุดทุกวันคือโอกาสใหม่ที่คุณจะได้ทด ลองพลังอำนาจของตัวเองทุกเช้าคือการเกิด ใหม่ที่คุณสามารถเลือกได้ว่าวันนี้ ฉันจะเป็นใครตลอดเส้นทางการเดินทาง 10 ส่วนที่เราได้ร่วมเดินมาด้วยกันนี้เราได้ ถอดรหัสความลับของจักรวาลตั้งแต่ เรื่องของสสารและพลังงานมาจนถึงการใช้จิต สำนึกอารมณ์และการกระทำเพื่อเปลี่ยนเส้น ทางชีวิตแก่นสาระสำคัญที่สุด 3 ข้อที่ ดิฉันอยากให้คุณจดจำและนำติดตัวไป ใช้ตลอดชีวิตก็คือข้อแรกโลกนี้คือกระจบ เงาไม่ใช่หน้าต่างสิ่งที่คุณเห็นในโลกภาย นอกไม่ใช่ความจริงที่แยกขาดจากตัวคุณแต่ มันคือภาพสะท้อนของโลกภายในใจคุณเสมอ ชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณแต่ชีวิต ตอบสนองต่อคุณหากคุณอยากเปลี่ยนภาพใน กระจกอย่าเสียเวลาไปเช็ดกระจกแต่จง เปลี่ยนใบหน้าหรือพลังงานของตัวคุณเอง แล้วภาพในกระจกจะเปลี่ยนตามข้อ 2 ความรู้ สึกคือรหัสผ่านแค่ความคิดนั้นยังไม่พอ เพราะความคิดเป็นเพียงแผนที่แต่อารมณ์ ความรู้สึกคือเชื้อเพลิงที่จะพาคุณไปถึง จุดหมายคุณต้องเรียนรู้ที่จะรู้สึกถึง อนาคตให้ได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริงความ รู้สึกขอบคุณความปิติและความรักคือคลื่น ความถี่ที่ทรงพลังที่สุดในการดึงดูดความ จริงรูปแบบใหม่และข้อ 3 ปัจจุบัน ขณะคือจุดแห่งพลังอำนาจอย่ามัวเสียใจกับ อดีตที่จบไปแล้วและอย่ามัวกังวลกับอนาคต ที่ยังมาไม่ถึงเพราะพลังงานทั้งหมดของคุณ รวมศูนญอยู่ที่วินาทีนี้การเปลี่ยนชีวิต เริ่มต้นได้ทันทีในลมหายใจนี้ด้วยการ เลือกที่จะคิดใหม่รู้สึกใหม่และเป็นคน ใหม่เดี๋ยวนี้และก้าวเล็กๆที่คุณสามารถ เริ่มทำได้ทันทีตั้งแต่วันนี้เพื่อ เปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้สร้างสรรค์ชะตา ชีวิตที่แท้จริงในทุกๆเช้าก่อนที่คุณจะ ลุกจากเทียงหรือก่อนที่คุณจะหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมาดูขอให้คุณให้เวลากับตัวเองสัก 5 นาทีหลับตาลงหายใจเข้าลึกๆแล้วถาม ตัวเองด้วยคำถามที่ทรงพลังที่สุดว่าวัน นี้ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉันเขาจะใช้ ชีวิตอย่างไรจินตนาการเห็นภาพนั้น รู้สึกถึงพลังนั้นแล้วลืมตาขึ้นมาสวม วิญญาณของคนๆนั้นและก้าวออกไปใช้ชีวิตให้ โลกจำว่าคุณคือผู้เลือกคุณคือผู้สร้างและ คุณคือปาฏิหาริย์ที่เดินดินได้ขอบคุณที่ ร่วมเดินทางมาด้วยกันในการสำรวจจักรวาล ภายในที่ไร้ขอบเขตนี้ขอให้พลังแห่ง ควันตัมสถิตอยู่กับคุณในทุกลมหายใจ และขอให้คุณสนุกกับการเล่นเกมชีวิตที่คุณ เป็นผู้กำหนดกติกาเองแล้วพบกันใหม่ในการ เดินทางครั้งหน้าสวัสดีค่ะ